4 ปัจจัยทำไมหมูแพง?
1. การเกิดการระบาดของโรคในสุกร
• โรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) โรคระบบสืบพันธุ์ทางเดินหายใจ ในสุกร (โรคติดต่อ)
• โรคท้องร่วงติดต่อในสุกร (PED)
• โรคอหิวาต์ในสุกร (Classical Swine Fever : CSF)
• โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ( African Swine Fever : ASF)
การเกิดโรคระบาดต่าง ๆ ทำให้สุกรแม่พันธุ์เสียหายมากถึง 40% จากจำนวน 1.1 ล้านตัว เหลือเพียง 6.6 แสนตัว ส่งผลต่อเนื่องถึงปริมาณผลผลิตสุกรขุนปรับลดลงถึง 30% จากปี 2563 จากที่เคยมีจำนวนสุกรประมาณ 18-19 ล้านตัว/ปี เหลือเพียง 14.7 ล้านตัว/ปีเท่านั้น อีกทั้งยังทำให้ต้นทุนการเลี้ยงต่อตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย
2. สถานการณ์โควิด – 19 และสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา
สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ฟาร์มเสียหาย มีการปิดปรับปรุง สัตว์เลี้ยงเสียชีวิตจมน้ำ นอกจากนี้สถานการณ์โควิด - 19 ทำให้การบริโภคลดลงผู้เลี้ยงจึงลดจำนวนหมูที่เลี้ยง เมื่อกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจความต้องการกลับมา แต่กำลังผลิตไม่สามารถตอบสนองได้ทัน
3. ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกประเภท
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารสัตว์ราคาขึ้นต่อเนื่อง จากเฉลี่ย 8.87 บาท/กก. ในปลายปี 2563 เป็น 9.95 บาท/กก. ปลายปี 2564 และ 10.66 บาทในต้นปี 2565 และหากรวมกับวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกชนิดเพิ่มขึ้น รวม 7.14%
4. การตรวจสอบและการนำเข้า - ส่งออก ของสุกรที่มีความเข้มงวดมากขึ้น
การควบคุมและกำจัดสุกรที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ทำให้มีปริมาณสุกรที่ลดลง ต้องมีการพักคอกสัตว์ก่อนทำการเลี้ยงรุ่นการผลิตใหม่
แนวทางการแก้ปัญหาของภาครัฐ จัดเตรียมมาตรการ 3 ระยะเพื่อแก้ไขปัญหา
มาตรการเร่งด่วน
• การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2565 ถึง วันที่ 5 เมษายน 2565 เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ
• การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี
• การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน เร่งกระจายแม่พันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับรายย่อยที่ต้องการกลับเข้ามาสู่ระบบใหม่ กำหนดโซนเลี้ยงและออกมาตรการบังคับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมโรค และเร่งรัดการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค
มาตรการระยะสั้น
• การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การขยายกำลังผลิตแม่สุกร สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน เร่งเดินหน้าการศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด
มาตรการระยะยาว
• กระทรวงเกษตรฯ จะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม GAP ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค
• สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก ธ.ก.ส. ในโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยเพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งการรวมกลุ่ม สนับสนุน และหาตลาดในราคาที่เกษตรกรอยู่ได้อย่างดี