นายกฯ สั่งทุกหน่วยเร่งให้ความช่วยเหลือ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่-อุปกรณ์ เตือนประชาชนภาคใต้ยังมีฝนตกหนักให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง
บทสรุป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการทุกส่วนราชการเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดภูเก็ต ทำความสะอาด ฟื้นฟูพื้นที่ สำรวจความเสียหาย และเยียวยาตามระเบียบราชการ โดยสถานการณ์ส่วนใหญ่เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ พร้อมประสานดูแลนักท่องเที่ยวที่ยังติดค้างในโรงแรมพื้นที่ป่าตอง ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำบริเวณหน้า ภูเก็ตแฟนตาซี ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสนับสนุนและส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้ามาติดตั้งในพื้นที่ประสบภัยทันที เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนและเส้นทางคมนาคมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภออ่าวลึก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ขณะที่ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดี ปภ. กำชับจังหวัดตรวจสอบระบบระบายน้ำ ย้ำศูนย์ ปภ. เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินทาง ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมชลประทานเตรียมรับมือฝนตกหนัก โดย นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ติดตามระบบระบายน้ำในจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะคลองระบายน้ำ ร.1 อำเภอหาดใหญ่ นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท สั่งหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้สำรวจเส้นทาง ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ตรวจสอบความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค เชื้อเพลิงสำรอง 72 ชั่วโมง
รายละเอียด
(26 ต.ค. 69) จากกรณีมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีน้ำท่วมหลายจุดเนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน และมีน้ำป่าจากเขา 50 ปี พัดพาก้อนหิน ดินโคลน ไหลเข้าท่วมถนน และบ้านเรือนประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการทุกส่วนราชการในพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ
พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าทำความสะอาดพื้นที่ เก็บกวาดสิ่งปฏิกูล ตลอดจนเร่งช่วยเหลือ
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ยกสิ่งของและทรัพย์สินไว้ในที่สูง และติดตามข่าวสารแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีการประกาศเตือนเรื่องฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ส่วนเทศบาลเมืองป่าตองได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและจัดเตรียมศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีสถานที่ให้บริการ ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ พร้อมเปิดหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อให้ประชาชนที่ประสบเหตุฉุกเฉินหรือได้รับความเดือดร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง หมายเลขโทรศัพท์ 0 7634 2600 ตลอด 24 ชั่วโมง และกำชับให้เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมเร่งเยียวยาตามระเบียบราชการ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แจ้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน หรือโทรสายด่วน 1784
ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดภูเก็ต พื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยทางจังหวัดบูรณาการความร่วมมือระดมสรรพกำลังเร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยการนำรถแบ็กโฮ JCB รถตักดิน รถบรรทุกน้ำขนาด 12,000 ลิตร และอุปกรณ์ฉีดน้ำแรงดันสูง เข้าขนย้ายดินโคลนและทำความสะอาดพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 2–3 ซอย เพื่อเปิดเส้นทางจราจรและไม่ให้สิ่งอุดตันกระทบต่อระบบระบายน้ำ ทั้งนี้ บางจุดยังมีน้ำท่วมขัง รถยนต์สามารถสัญจรได้ แต่รถขนาดเล็กควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับความเสียหายเบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่บ้านเรือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โรงแรม และสถานประกอบการบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยมีประชาชนและผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ กว่า 100 ครัวเรือน ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่บางส่วนยังติดค้างอยู่ในโรงแรมพื้นที่ป่าตอง จังหวัดได้ประสานสมาคมโรงแรมไทยภูเก็ตให้ช่วยดูแลและขอให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ในโรงแรมจนกว่าจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถยนต์ที่เสียหายอยู่ระหว่างดำเนินการกู้ย้าย ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมติดตามข้อความแจ้งเตือน SMS และช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีดินโคลนหรือเศษวัสดุกีดขวางหากไม่มีความจำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงนี้จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 จะมีปริมาณฝนต่อเนื่องในพื้นที่
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณหน้า ภูเก็ตแฟนตาซี ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งสนับสนุนและส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้ามาติดตั้งในพื้นที่ประสบภัยทันที เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนและเส้นทางคมนาคมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมย้ำให้จังหวัดภูเก็ต อำเภอกะทู้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และอุปกรณ์ช่วยเหลือเข้าปฏิบัติการร่วมกันอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งทีมเฝ้าระวังระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่จุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากมีปริมาณฝนตกเพิ่ม และพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เป้าหมายสำคัญคือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน มุ่งเน้นลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำให้ได้เร็วที่สุด
ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือน ฝนตกสะสมในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมคลองวังหีบ บริเวณ ต.นาหลวงเสน ต.ชะมาย ต.หนองหงส์ ต.ควนกรด และ ต.นาไม้ไผ่ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขังจากฝนตกสะสมในพื้นที่หมู่ 2 4 และ 7 ต.อ่าวลึกใต้
อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และบริเวณหมู่ 4-8 ต.ทับปริก และชุมชนใน ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ. กระบี่
นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ในพื้นที่ที่มีสถานการณ์อุทกภัยเกิดขึ้น ปภ. ได้กำชับไปยังสำนักงาน ปภ.จังหวัด เร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถยื่นคำขอเคลมประกันในการขอรับค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว พร้อมขอให้ทุกพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์ พื้นที่เสี่ยงและจุดเฝ้าระวัง เพื่อวางแผนรับมือ พร้อมตรวจสอบและปรับปรุงระบบระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และแก้ไขจุดเสี่ยง และเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัยรวมทั้งบูรณาการความช่วยเหลือระหว่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนรวดเร็วและไม่ซ้ำซ้อน สำหรับแผนเผชิญเหตุ ขอให้ทบทวนข้อมูลศูนย์พักพิงชั่วคราว เส้นทางอพยพ ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง ช่องทางแจ้งเตือนภัยให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินและติดต่อหน่วยงานภาครัฐ ให้หน่วยงานแต่ละหน่วยเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ตามภารกิจ เพื่อประสานการสั่งใช้ทรัพยากรร่วมกัน ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย นอกจากนี้ ยังได้สั่งการ
ศูนย์ ปภ. เขตในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ศูนย์ ปภ. เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต เตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถเข้าประจำพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ลงพื้นที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางการเดินทาง และให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวที่บางส่วนยังติดค้างอยู่ในโรงแรมพื้นที่ป่าตองทันที โดยเจ้าหน้าที่ TAC ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่บริเวณป่าตอง
เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ข้อมูลเส้นทางการเดินทางที่เหมาะสมแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการกรมชลประทานเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
โดย นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เน้นติดตามความพร้อมของระบบระบายน้ำ
ในภาพรวม เพื่อให้การบริหารน้ำเชื่อมโยงกันทั้งพื้นที่ สามารถเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำได้อย่างเหมาะสม พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่การเกษตร โดยคำนึงถึงสถานการณ์น้ำทั้งต้นทางและปลายทางควบคู่กัน สำหรับพื้นที่หาดใหญ่ จุดที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ คลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการช่วยระบายน้ำจากพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงออกสู่ทะเลสาบสงขลา โดยขณะนี้กำลังเร่งซ่อมแซมคลอง เพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างและรักษาประสิทธิภาพการระบายน้ำให้รองรับได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักและมีน้ำไหลมาจากพื้นที่ตอนบนพร้อมกัน พร้อมยืนยันว่า ได้เตรียมความพร้อมรับมือฝนภาคใต้อย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างอำเภอหาดใหญ่ กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามพยากรณ์อากาศและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และประตูระบายน้ำให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา รวมถึงประสานหน่วยงานท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าหากพบความเสี่ยง เพื่อช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เร่งสั่งการไปยังสำนักงานทางหลวงชนบท และแขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา) สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 14 (กระบี่) และแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจโครงข่ายทางหลวงชนบทที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากพบว่ามีเส้นทางที่ได้รับผลกระทบให้เร่งติดตั้งป้ายเตือน ป้ายทางเลี่ยง สัญญาณไฟกะพริบ ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุดินสไลด์ หรือคอสะพานชำรุดบนถนนทางหลวงชนบท รวมถึงให้จัดชุดลาดตระเวนสำรวจพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเส้นทางและเข้าดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วทันทีเมื่อเกิดเหตุ
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในพื้นที่ภาคใต้ ได้กำชับเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 เฝ้าระวังฝนตกหนักช่วงวันที่ 26–28 ตุลาคม อย่างใกล้ชิด โดยเขตสุขภาพที่ 11 ให้เน้นเฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่เสี่ยงน้ำป่า ยืนยันความพร้อมของระบบไฟฟ้า น้ำ ออกซิเจน เชื้อเพลิงสำรอง 72 ชั่วโมง และแผนอพยพผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ขณะที่เขตสุขภาพที่ 12 เน้นตรวจสอบสถานบริการและเส้นทางส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ในจังหวัดสตูล ตรัง พัทลุง และสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมซ้ำ ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ จ.ภูเก็ต ล่าสุด หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว โดยเฉพาะ อ.เมืองภูเก็ต และ อ.ถลาง ขณะที่ อ.กะทู้ ยังต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่ โดยมีศูนย์พักพิงชั่วคราว 3 แห่ง ที่เทศบาลเมืองป่าตอง โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบต่อสถานบริการสาธารณสุข ซึ่งได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
แนวทางการสื่อสาร
1. นำเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย สั่งการทุกส่วนราชการเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดภูเก็ต ทำความสะอาด สำรวจความเสียหาย และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
2. นำเสนอ การบูรณาการหน่วยงานรับมือฝนตกหนักและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภาคใต้ โดย ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง เตรียมกำลังและเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน กรมชลประทาน เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ กรมทางหลวงชนบท สำรวจเส้นทางและติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย
3. นำเสนอ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประสานตำรวจท่องเที่ยวและศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์เส้นทางเดินทาง กระทรวงสาธารณสุข เตรียมพร้อมระบบสาธารณูปโภคและเชื้อเพลิงสำรองให้เพียงพอ 72 ชั่วโมง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและดูแลประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
แฮชแท็กเพื่อการสื่อสาร
#นายกสั่งทุกหน่วยเร่งให้ความช่วยเหลือ #ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อุปกรณ์ #เตือนประชาชนภาคใต้ยังมีฝนตกหนักให้เฝ้าระวังต่อเนื่อง #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
#กระทรวงคมนาคม #กระทรวงสาธารณสุข #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
------------------------------------------
รวบรวมโดย: กองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์
จัดทำโดย: นางจริยา ประสพทรัพย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ โทร. 092 2468306
นางภณิตา บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการส่วนการประชาสัมพันธ์ โทร. 092 2468710
นางสาวสุณิสา สังข์วงค์ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ โทร. 092 2468693