นายกฯ เปิด Thailand–China Cooperation Expo 2026 เชื่อมโยงการค้า การลงทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี ไทย - จีน สู่ความมั่งคั่งร่วมกัน

นายกฯ เปิด Thailand–China Cooperation Expo 2026 เชื่อมโยงการค้า การลงทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี ไทย - จีน สู่ความมั่งคั่งร่วมกัน 
บทสรุป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “Investing for the Future, Growing Together” โดยย้ำว่าไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนาน พร้อมต่อยอดสู่ความร่วมมือในมิติใหม่ด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรม ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนจากจีนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการลงทุน โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสามารถดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว มีโครงการ Thailand FastPass ช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มีความมั่นคง ปลอดภัย ขอให้นักลงทุนเชื่อมั่นและเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยืนยันว่าจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยเป็นลำดับต้นในนโยบายการทูตรอบบ้าน พร้อมยึดถือไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
ที่เชื่อถือได้และพึ่งพาได้เสมอมา ทั้งนี้ งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 
22-25 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้ประกอบการไทยและจีนเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังมี Job Fair รวมตำแหน่งงานจาก 47 บริษัทชั้นนำ
ไทย-จีน เปิดรับสมัครกว่า 3,000 อัตรา และ Education Fair ทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรไทยรุ่นใหม่สู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี และยกระดับจากงานแสดงสินค้าไปสู่แพลตฟอร์มความร่วมมือไทย–จีนอย่างครบวงจร 

รายละเอียด
(22 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานแสดงสินค้า Thailand–China Cooperation Expo 2026 โดยมีคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย–จีนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 3 องค์กรหลัก ได้แก่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และ นายหลิว เฉวียนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีนในไทย เข้าร่วม ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 กรกฎาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Investing for the Future, Growing Together” 
ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และนวัตกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนระหว่างไทย-จีน และภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้จัดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทำให้ทุกประเทศต้องทบทวนยุทธศาสตร์และกำหนดทิศทางความร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน สำหรับประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองประเทศมีรากฐานความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยาวนานจากความผูกพันระหว่างประชาชนสู่ประชาชน จึงสามารถต่อยอดความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมั่นคง ความสัมพันธ์ไทย-จีน ซึ่งครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี 2568 แต่สายสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีรากฐานมายาวนานนับพันปี บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเกื้อกูลกัน จนกลายเป็นมิตรภาพที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และพร้อมก้าวสู่ความร่วมมือในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือกับจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงด้านการวิจัย พัฒนา และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ทั้งนี้จากการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้พบหารือกับผู้นำจีนและผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำ ต่างเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทย และพร้อมขยายการลงทุนในไทยมากขึ้น รัฐบาลเชื่อมั่นต่อการลงทุนจากภาคเอกชนจีน เพราะไม่เพียงช่วยสร้างเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงาน แต่ยังนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าสู่ประเทศไทย ส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานไทย และยกระดับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่าประเทศไทยเปิดกว้างต่อการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อนักลงทุนและประชาชนไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยได้ขยายการลงทุนและสร้างเครือข่ายธุรกิจในประเทศจีนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ด้วยศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และสามารถดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศได้เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว รัฐบาลจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักลงทุนจากทั่วโลก และพร้อมสนับสนุนการสร้างพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนอย่างเต็มที่ ผ่านการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และผ่านโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้การลงทุนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งขจัดอุปสรรคจากขั้นตอนราชการและการทุจริต ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าข้าราชการทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการและประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเสถียรภาพและมีความพร้อมในการดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงภายในและการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและนักลงทุน และรัฐบาลมีศักยภาพในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จึงขอให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นและเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยได้อย่างมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องกังวลต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงหรือเสถียรภาพทางการเมือง 
ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นักลงทุน และชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักหรือประกอบธุรกิจในประเทศ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ จากประสบการณ์การทำงานในฝ่ายบริหารมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเข้าใจถึงความต้องการของภาคธุรกิจ และพร้อมกำกับดูแลให้ทุกหน่วยงานของรัฐร่วมกันอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการลงทุนเป็นไปอย่างราบรื่น เชื่อมั่นว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่หากประเทศไทยมีความเข้มแข็งจากภายใน และเดินหน้าความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนสำคัญอย่างจีนอย่างต่อเนื่อง จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ ซึ่งงาน Thailand – China Cooperation Expo 2026 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ สร้างเครือข่ายธุรกิจ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และต่อยอดความร่วมมือจากระดับประเทศสู่ระดับท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกันของทั้งไทยและจีนในอนาคต
นายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า 
ปีนี้ถือเป็นปีเริ่มต้นของ “ห้าสิบปีทอง บทใหม่” แห่งความสัมพันธ์จีน–ไทย ยืนยันว่าจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยเป็นลำดับต้นในนโยบายการทูตรอบบ้าน พร้อมยึดถือไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
ที่เชื่อถือได้และพึ่งพาได้เสมอมา ทั้งนี้ ได้ฝากความคาดหวัง 3 ประการต่องาน Expo ครั้งนี้ ได้แก่ การเป็นเวทีสื่อสารระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นเวทีกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมผ่านการจัดซื้อในประเทศ การวิจัยพัฒนา และการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการ SMEs ไทย และการเป็นเวทีเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  
 ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามคณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย–จีนอย่างยั่งยืน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อ
ปี 2568 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และประสบความสำเร็จในการสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยและจีน จึงเป็นที่มาของการสานต่อความสำเร็จ เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยปีนี้มีผู้ประกอบการไทยและจีนเข้าร่วมกว่า 270 บริษัท 
จัดแสดงสินค้ากว่า 670 บูธ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศ และศักยภาพของเวทีนี้ในการเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–จีนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 
สำหรับไฮไลต์สำคัญอีกส่วนของงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 คือการยกระดับพื้นที่ให้บริการผู้ประกอบการแบบครบวงจร ผ่าน Consultation Zone ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐกว่า 9 หน่วยงาน อาทิ BOI, EEC, กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากร ให้คำปรึกษาครบทุกมิติ ตั้งแต่สิทธิประโยชน์การลงทุน กฎระเบียบการค้า การจ้างแรงงานต่างชาติ นอกจากนี้ยังมี Job Fair รวมตำแหน่งงานจาก 47 บริษัทชั้นนำไทย-จีน เปิดรับสมัครกว่า 3,000 อัตรา และ Education Fair ทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรไทยรุ่นใหม่สู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี อีกทั้งได้ยกระดับจากงานแสดงสินค้าไปสู่แพลตฟอร์มความร่วมมือไทย–จีนอย่างครบวงจร เชื่อมโยงเงินลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม บุคลากร และเครือข่ายธุรกิจ มีโซนแสดงหุ่นยนต์จาก 3 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ได้แก่ UBTECH, AGIBOT และ DOBOT ที่ยกทัพ “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุด” หุ่นยนต์โลจิสติกส์ และหุ่นยนต์สุนัขอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยระบบ AI มาโชว์ศักยภาพเดิน วิ่ง เต้นรำ และหยิบจับสิ่งของได้อย่างเป็นธรรมชาติ และกิจกรรมตลอดงาน ทั้ง Humanoid Show, Humanoid Parade, Dance Performance และ Running Competition ซึ่งสะท้อนภาพอนาคตของภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่กำลังก้าวสู่ยุคอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

แนวทางการสื่อสาร
1. นำเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เปิดงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ไทย-จีนที่แน่นแฟ้น ไปสู่ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม และเทคโนโลยี ร่วมกัน เน้นย้ำประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการลงทุน มีโครงการ Thailand FastPass ลดระยะเวลาการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และมีความมั่นคง ปลอดภัย 
2. ประชาสัมพันธ์งาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ซึ่งจัดถึงวันที่ 25 ก.ค. 69 โดยให้บริการผู้ประกอบการแบบครบวงจร ภายในงานมี Job Fair เปิดรับสมัครกว่า 3,000 อัตรา และทุนการศึกษากว่า 2,000 ทุน จากมหาวิทยาลัย
ชั้นนำจีนกว่า 20 แห่ง เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรไทยรุ่นใหม่สู่เศรษฐกิจยุค AI และเทคโนโลยี

แฮชแท็กเพื่อการสื่อสาร
#นายกเปิดThailandChinaCooperationExpo2026 #เชื่อมโยงการค้าการลงทุน #นวัตกรรมเทคโนโลยี 
#ไทยจีนสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน #นายกรัฐมนตรี #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง 
------------------------------------------
รวบรวมโดย: กองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์
จัดทำโดย: นางจริยา ประสพทรัพย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ โทร. 092 2468306
   นางภณิตา บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการส่วนการประชาสัมพันธ์ โทร. 092 2468710 
       นางสาวสุณิสา สังข์วงค์ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ โทร. 092 2468693
    
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar