รมต.ประจำสำนักนายกฯ มอบถ้วยพระราชทาน “มหกรรมสัตว์น้ำสวยงาม 3 บุรี” ชูศักยภาพฮับปลาสวยงามไทยดันยอดส่งออกทะลุพันล้าน
ราชบุรี, 24 พฤษภาคม 2569– นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงาน “มหกรรมสัตว์น้ำสวยงาม 3 บุรี” ณ ตลาดกลางปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยง ฟิชวิลเลจ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
งานมหกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart Aquatic Hub : 3 บุรี ศูนย์กลางสัตว์น้ำสวยงามแห่งอนาคต” ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (ราชบุรี, สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี) ร่วมกับ กรมประมง และตลาดกลางปลาสวยงามฟิชวิลเลจ เพื่อแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการผลิตสัตว์น้ำสวยงามที่สำคัญของภูมิภาค
ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เมื่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยม (Best In Show) จำนวน 9 ถ้วย สำหรับการประกวดสัตว์น้ำสวยงาม 7 ชนิด 26 กลุ่ม (อาทิ ปลาทอง ปลาหมอครอสบรีด ปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาบอลลูน และปลาคาร์ป) โดย
ภายในงานมีการมอบรางวัลเกียรติยศรวมทั้งสิ้นกว่า 1,367 รางวัล
รายนามผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยม (Best In Show) เข้ารับพระราชทานรางวัล มีดังนี้:
1. ปลาทอง มีกระโดง: นายสิริวัฒก์ ศุภกิจโยธิน (Shogun farm)
2. ปลาทอง ไม่มีกระโดง: นายจิรายุ การุณงามพรรณ (KR farm)
3. ปลาหมอสีครอสบรีด: นางนิททรา ศรีฉ่ำ
4. ปลากัด ครีบสั้น: นายจักรกฤษณ์ จันทร์เนย
5. ปลากัด ครีบยาว: นายสัญชัย สนธิเมตตาพร
6. ปลากัดป่าพื้นบ้าน: นายไชยันต์ สาโหมด
7. ปลาหางนกยูง: นายขวัญชัย บุตรศรีแก้ว
8. ปลาบอลลูน: น.สพ.ชัยรัตน์ ซุ้มกอทอง
9. ปลาคาร์ป: นายวิชา พูลวรลักษณ์
การจัดมหกรรมฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่:เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำสวยงามของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 และยกระดับความรู้และมาตรฐานการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำสวยงามของไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมระดับสากล อีกทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการ ทั้งด้านการผลิต การตลาด และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ โดยปัจจุบัน พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (ราชบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี) ถือเป็นแหล่งผลิตและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยมีเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่มากกว่า 500 ฟาร์ม
ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นการเพาะเลี้ยงเพื่อส่งออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในห่วงโซ่อุปทานอย่างมหาศาล ทั้งในส่วนของธุรกิจปัจจัยการผลิต วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยง ไปจนถึงการท่องเที่ยวเชิงสันทนาการ โดยมีสัตว์น้ำสวยงามระดับโลกอย่าง ปลากัด ปลาทอง และปลาคาร์ป เป็นตัวชูโรงสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศ