ททท. กระตุ้นท่องเที่ยวไทย ปี 2569 “Amazing 5 Economy” ตั้งเป้าสร้างรายได้ 3 ล้านล้านบาท เปิดบริการเที่ยวบินตรง จัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” 17 ม.ค. - 1 มี.ค. 69

ททท. กระตุ้นท่องเที่ยวไทย ปี 2569 “Amazing 5 Economy” ตั้งเป้าสร้างรายได้ 3 ล้านล้านบาท เปิดบริการเที่ยวบินตรง จัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” 17 ม.ค. - 1 มี.ค. 69
บทสรุป
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ให้กลับมาเติบโตอย่างมีคุณภาพภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” 1.การยกระดับสินค้าและบริการ Wellness & Medical Tourism 2.เจาะกลุ่ม niche market 3.ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืน 4.กระจายนักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายไปยังเมืองน่าเที่ยว และ 5.การท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ อีกทั้งยังเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในทุกฤดูกาลด้วยอีเวนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้เทศกาล ประเพณี กิจกรรมระดับนานาชาติดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมสูงสุด 3 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสาธารณรัฐเบลารุส โดยเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Belavia Belarusian Airlines บินตรงจากเมืองมินสค์ สาธารณรัฐเบลารุส สู่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต สำหรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป ซึ่งจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 12.25 น. นอกจากนี้ ททท. ยังร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่าน 2 ถนนคนเดินเชียงใหม่ ได้แก่ ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ และ ถนนคนเดินสันกำแพง ภายใต้แนวคิด Tha Phae Remix Chiang Mai Remake และ San Kamphaeng  Remix Chiang Mai Remake ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันที่เสาะหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม - 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 - 22.00 น. ณ ถนนคนเดินสันกำแพง (ทุกวันเสาร์) และถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ (ทุกวันอาทิตย์) คาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 186 ล้านบาท

รายละเอียด
(9 ม.ค. 69) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ตลอดปี 2568 
มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 32.97 ล้านคน ซึ่งตลาดระยะไกลมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 10.8 ล้านคน โดยเฉพาะตลาดสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา 
ที่ทำนิวไฮถึง 1 ล้านคน ขณะที่ตลาดในประเทศยังคงขยายตัว จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยทั้งสิ้น 202 ล้านคน/ครั้ง เติบโตร้อยละ 2.7 ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 2.7 ล้านล้านบาท
ปี 2569 ททท. จะจุดพลังการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งผลักดันการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “Amazing 5 Economy” ได้แก่ 
Life Economy ยกระดับสินค้าและบริการของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism ดูแลร่างกาย เยียวยาจิตใจ และเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต ภายใต้แคมเปญ Healing is the New Luxury 
Sub-Culture Economy เจาะกลุ่ม niche market เชิงลึกที่ทรงพลัง อาทิ Film Maker นักกีฬา Yacht & Cruise Tourism และ Private Jet 
Night Economy ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืน เพื่อเพิ่มเวลาและกระจายการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว 
Circular Economy ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยหลักการ Reduce-Reuse-Recycle ควบคู่กับการกระจายนักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายไปยังเมืองน่าเที่ยว 
Platform Economy การท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ ทั้งการซื้อขาย และการชำระเงินที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ
ทั้งยังจะเสริมความแข็งแกร่งด้วย 5 กลยุทธ์การตลาดมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างรายได้ Value over Volume อย่างยั่งยืน ได้แก่ สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “Amazing Thailand” ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการบริการระดับโลก ส่งมอบประสบการณ์สู่ “Premium Destination”              ด้วย Amazing 5-Economy รักษา“ขีดความสามารถการแข่งขัน” ด้วย “Airline Focus Partnership” ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น “Top of Mind Destination” ด้วย “In-market & Fragmentation Communications” และบริหาร “โอกาสและความเสี่ยง” ด้วยการสร้างสมดุลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งด้านสัดส่วนระหว่างนักท่องเที่ยวไทยกับต่างชาติ ควบคู่กับการกระจายพื้นที่และช่วงเวลาการเดินทาง
ต่อยอดพลังทางเศรษฐกิจ เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในทุกฤดูกาลด้วยอีเวนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้เทศกาล ประเพณี กิจกรรมระดับนานาชาติเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี 2569 แปลงไอเดียสู่สินค้าท่องเที่ยวพร้อมขาย ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Sub-Culture ควบคู่การสานต่อโมเดล Prototype จากกระบี่ สู่เชียงใหม่ พร้อมพื้นที่นำร่อง พังงา น่าน และเพชรบุรี สู่ Green Destination ยกระดับมาตรฐานและความยั่งยืนผ่านโครงการสำคัญ อาทิ STGs STAR Plus, CF Hotels, Trusted Thailand และ Thailand Tourism Awards 
พร้อมกันนี้จะมุ่งสู่การเป็น Intelligence Hub เป็นผู้สร้าง “Digital Ecosystem” โดยอาศัยข้อมูล องค์ความรู้ และการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความสำเร็จ โดยฝั่ง Demand ใช้การเข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Amazing Thailand SuperApp) พร้อมยกระดับ Amazing Thailand สู่การเป็น Digital Tourism Platform เน้นสื่อสารถูกต้องชัดเจน เชื่อมต่อทุกบริการของ ททท. และใช้ AI Intelligent Matching ศึกษาพฤติกรรมและจับคู่นำข้อมูลสินค้าที่ตรงใจนักท่องเที่ยวที่สุด ฝั่ง Supply ได้พัฒนา Stakeholder Portal Platform รวบรวมข้อมูลและกระบวนการเชื่อมต่อ ททท. ไว้ที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลสินค้าและบริการท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์ม ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยที่แข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว โดยในปี 2569 ททท. ตั้งใจให้เป็นปีแห่งการยกระดับ ปรับสมดุล และเดินหน้าสู่คุณภาพอย่างแท้จริง เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายท้าทายรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมสูงสุด 3 ล้านล้านบาท
 นอกจากนี้ ททท. ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวตลาดใหม่อย่างเบลารุส โดยนางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป ททท. เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับพันธมิตรสายการบิน Belavia Belarusian Airlines สายการบินแห่งชาติของสาธารณรัฐเบลารุส เปิดให้บริการเที่ยวบิน บินตรงจากเมืองมินสค์ สาธารณรัฐเบลารุส 
สู่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต การเปิดเส้นทางบินตรงของสายการบิน Belavia Belarusian Airlines ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากภูมิภาคยุโรปแล้ว ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวระยะไกลของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป โดยได้เปิดให้บริการเส้นทางบินตรงปฐมฤกษ์ (Direct Flight) เที่ยวบิน BRU8605 ออกเดินทางจากเมืองมินสค์ สาธารณรัฐเบลารุส ในวันที่ 8 มกราคม 2569 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. ด้วยเครื่อง Airbus 230-200 ความจุผู้โดยสาร 281 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน และจะให้บริการการบินทุก 11–12 วัน นอกจากนี้ สายการบิน Belavia Belarusian Airlines ยังกำหนดเปิดเที่ยวบินตรงออกเดินทางจากเมืองมินสค์ สาธารณรัฐเบลารุส เดินทางถึง
ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ในวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 12.25 น. 
นอกจากนี้ ททท. ยังร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัวงาน “เชียงใหม่ Night Market” นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่าน 2 ถนนคนเดินเชียงใหม่ ได้แก่ ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ และ ถนนคนเดินสันกำแพง ภายใต้แนวคิด 
Tha Phae Remix Chiang Mai Remake และ San Kamphaeng Remix Chiang Mai Remake ซึ่ง นายขจรเดช อภิชาติตรากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวว่า การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ช่วยตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันที่เสาะหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และมีแนวโน้มสนใจประสบการณ์ชุมชนมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเชิงพาณิชย์ เชื่อว่าการจัดกิจกรรรมดังกล่าวจะสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพด้วยเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 186 ล้านบาท
งาน “เชียงใหม่ Night Market” จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 22.00 น. 
ณ ถนนคนเดินสันกำแพง (ทุกวันเสาร์) และถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ (ทุกวันอาทิตย์) ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์  
โดย ททท. เนรมิต ถนนคนเดินท่าแพและถนนคนเดินสันกําแพง มาตกแต่งสร้างสีสัน สะท้อนอัตลักษณ์ตลอดระยะทางของถนนคนเดินให้มีความน่าสนใจ ด้วยการใช้เทคนิคของแสง สี และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จำนวน 10 จุดจัดแสดง ได้แก่ 
ถนนคนเดินสันกำแพง จุดแลนด์มาร์ค : “The Grand Arts of San Kamphaeng:  พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง” 
ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) จุดแลนด์มาร์ค : “The Sand Stupa: เจดีย์แห่งการเริ่มต้น” แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง 
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรีตลอดทั้งงาน โดย ททท. จัดบริการรถรับ - ส่ง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 
ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง ได้แก่ 1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย - ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง 2. เส้นทาง One Nimman - เซ็นทรัลเชียงใหม่ - ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง 
ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง  ได้แก่ 1. One Nimman - ตลาดช้างเผือก - อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ - วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร 2. ข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย - ตลาดประตูเชียงใหม่ - วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร 
ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page: GoNorthThailand และ TAT Contact Center หรือ โทร. 1672 Travel Buddy
    
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar