ครม. เห็นชอบให้ข้าราชการ-พนักงานทุกประเภท ราชการและรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม
พระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยไม่ถือเป็นวันลา
บทสรุป
(20 พ.ค. 68) คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 (ระหว่างวันที่ 17-30 กรกฎาคม 2568) ตามที่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เสนอ โดยกำหนดเป้าหมายผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท จำนวน 99 รูป บวชชีพรหมโพธิ (สตรีที่มีการปลงผม) บวชเนกขัมมะพรหมโพธิ (สตรีที่ไม่ปลงผม) จำนวน 73 คน รวม 14 วัน โดยไม่ถือเป็นวันลา เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงาน และได้รับเงินเดือนตามปกติ ทั้งนี้ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก่อน
รายละเอียด
(20 พ.ค. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 โดยไม่ถือเป็นวันลา (ระหว่างวันที่ 17 – 30 กรกฎาคม 2568 รวม 14 วัน) ตามที่ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2559 – 2567 คณะรัฐมนตรีเคยมีมติอนุมัติให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาบรรพชาอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิตามโครงการเฉลิมพระเกียรติหรือถวายพระราชกุศลในโอกาสต่าง ๆ ที่สำคัญ โดยไม่ถือเป็นวันลา มาอย่างต่อเนื่อง
2. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ร่วมกับ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี และคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ดำเนินโครงการบรรพชาอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 (โครงการฯ) โดยกำหนดเป้าหมายผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท จำนวน 99 รูป บวชชีพรหมโพธิ และบวชเนกขัมมะพรหมโพธิ (สตรี) จำนวน 73 คน ระหว่างวันที่ 17 – 30 กรกฎาคม 2568 รวม 14 วัน กำหนดการดำเนินโครงการฯ ณ (1) วัดสุวรรณภูมิพุทธ
ชยันตี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ (2) วัดไทยพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย (อินเดีย) และ (3) พุทธสังเวชนียสถาน อินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล (เนปาล)
มีหน่วยงานรับผิดชอบ คือ (1) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) (2) วัดไทยพุทธคยา และ (3) คณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 5,822,460 บาท แบ่งเป็นงบประมาณจากวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จำนวน 4,822,460 บาท และงบประมาณจาก สปน. จำนวน 1,000,000 บาท (ใช้งบประมาณเฉลี่ย 33,851 บาท ต่อคน)
3. โดยที่ในหลักการข้าราชการ ซึ่งประสงค์จะลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตตามนัยข้อ 29 วรรคหนึ่ง ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ซึ่งในระเบียบดังกล่าวมิได้กำหนดจำนวนครั้งและจำนวนวันในการลาอุปสมบท ที่ข้าราชการจะลาได้แต่ประการใด แต่ได้กำหนดให้การได้รับเงินเดือนระหว่างการลาไว้ตามนัย ข้อ 16 ของระเบียบดังกล่าว ให้เป็นไปตามมาตรา 31 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่บัญญัติให้ข้าราชการที่ลาอุปสมบทจะได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ไม่เกิน 120 วัน สำหรับการลาอุปสมบทในครั้งแรกนับแต่เริ่มรับราชการ โดยไม่นับรวมการอุปสมบทที่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดไม่ให้ถือเป็นวันลาของข้าราชการ ดังนั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอนตามหลักพระพุทธศาสนา และร่วมเฉลิมพระเกียรติ รวมถึงแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการบำเพ็ญคุณความดี ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และเนื่องในโอกาส
พระราชพิธีสมมงคล พระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 จึงเห็นควรส่งเสริมให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีความประสงค์จะอุปสมบทถวายพระราชกุศล มีโอกาสเข้าร่วมอุปสมบทโดยทั่วกัน โดยให้ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมอุปสมบทเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ถือเป็นวันลา เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการและได้รับเงินเดือนตามปกติ
จึงต้องเสนอคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมอุปสมบทถวายพระราชกุศลในครั้งนี้ได้ โดยไม่ถือเป็นวันลา เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการและได้รับเงินเดือนตามปกติ
เพื่อเป็นการยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการฯ และเป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 31 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือนฯ