นายกฯ บูมท่องเที่ยวไทยลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต สรุปปี 67 ยอด นทท.ทะลุ 35 ล้านคน โกยเม็ดเงิน 1.67 ล้านล้านบาท

: นายกฯ บูมท่องเที่ยวไทยลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต สรุปปี 67 ยอด นทท.ทะลุ 35 ล้านคน โกยเม็ดเงิน 1.67 ล้านล้านบาท
บทสรุป
(8 ม.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายงานการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี 2567 (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 67) สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 35.54 ล้านคน เพิ่มขึ้น 26.27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศถึง 1.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 34% จากมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่กระตุ้นการท่องเที่ยวและการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์ที่หลากหลาย สำหรับการเปิดศักราชปี          การท่องเที่ยว 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รายงาน (27 ธ.ค. 67-2 ม.ค. 68) มีผู้โดยสารเดินทางผ่าน ทอท. กว่า 2.97 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งต่างประเทศและในประเทศ ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มศักยภาพทุกมิติทั้งการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค การกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และปัญหาจราจร รวมถึงการบริหารจัดการและส่งเสริม Big Event และการผลักดันภูเก็ตเป็น Premium Destination โดยรัฐบาลจะนำข้อมูลจากจังหวัดภูเก็ต ไปเป็นต้นแบบของการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในทุก ๆ จังหวัดของประเทศไทย

รายละเอียด
(8 ม.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายงานการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี 2567 (1 ม.ค – 31 ธ.ค 67) สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 35.54 ล้านคน เพิ่มขึ้น 26.27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศถึง 1.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 34% สะท้อนถึงการฟื้นตัวและความแข็งแกร่งจากมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา และยกเว้นใบ ตม.6 สำหรับด่านชายแดนทางบก รวมถึงการเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่ของสายการบิน โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทย 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย และอินเดีย ส่วนการท่องเที่ยวภายในประเทศ คนไทยท่องเที่ยวไทยเดินทางรวม 198.69 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.02% สร้างรายได้ในประเทศถึง 9.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.03% โดยกรุงเทพฯ ชลบุรี และกาญจนบุรี ยังคงเป็นจุดหมายปลายทาง
ยอดนิยม 
    ทั้งนี้ ความสำเร็จในการผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญบนเวทีโลก เกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน และท้องถิ่น ช่วยกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีผ่านกิจกรรมและอีเวนต์ที่หลากหลายช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ผ่านกิจกรรมส่งท้ายปีการท่องเที่ยวอย่างยิ่งใหญ่ “งาน Amazing Thailand Countdown 2025” จัดขึ้นที่ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก โดยมี “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลกสัญชาติไทยร่วมแสดง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมกว่า 30 ล้านคน ผ่านการถ่ายทอดสดทางช่องทางต่าง ๆ รวมถึงสื่อระดับโลก เช่น CNN, BBC, และ Reuters โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 62,000 ล้านบาท และยกระดับไทยให้เป็นหนึ่งใน Top 5 Countdown Destination ที่ทั่วโลกอยากมาเยือน 
เปิดศักราชปีการท่องเที่ยว 2568    
สำหรับภาพรวมการท่องเที่ยว ณ วันที่ 6 มกราคม 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1-5 มกราคม 2568 รวม 505,411 คน หรือเฉลี่ยประมาณ 1 แสนคนต่อวัน 
สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 25,299 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 69,548 คน มาเลเซีย 57,127 คน รัสเซีย 46,752 คน เกาหลีใต้ 28,160 คน และอินเดีย 26,635 คน 
    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปีนี้รัฐบาลยังคงผลักดันการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็น Tourism Hub และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยส่งเสริมการจัดงานและอีเวนต์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลของไทย การจัดคอนเสิร์ต หรือการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ และมุ่งเน้นมาตรการที่สร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงขยายเส้นทางการบินใหม่ ๆ เข้าเมืองน่าเที่ยวท้องถิ่นไทย เพื่อให้เที่ยวไทยได้ทั้งปี ไม่มีโลว์ซีซั่น
ยอดผู้โดยสารเดินทางผ่าน ทอท. เพิ่มขึ้น 19.7% 
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัด ได้ร่วมส่งความสุข มอบของขวัญและอำนวยความสะดวกการเดินทาง และความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ทุกเส้นทางในทุกมิติ บก-ราง-น้ำ-อากาศ อย่างครอบคลุมทั้งประเทศ ตามนโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” ซึ่งทุกหน่วยได้บูรณาการ
การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การอำนวยความสะดวกในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) รายงานปริมาณการจราจรทางอากาศระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567-2 มกราคม 2568 
•    มีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานของ ทอท. กว่า 2.97 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศกว่า 1.84 ล้านคน เพิ่มขึ้น 23.8% และผู้โดยสารภายในประเทศ 1.13 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13.5% 
•    มีเที่ยวบินกว่า 17,385 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 16.4% แบ่งเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 9,792 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 21.7% และเที่ยวบินภายในประเทศ 7,593 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 10.3% 
ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลที่มีผู้โดยสารเดินทางเป็นจำนวนมาก แต่การให้บริการของท่าอากาศยานของ ทอท. สามารถดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีภาพผู้โดยสารหนาแน่น หรือแออัดในอาคารผู้โดยสาร โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ซึ่งมีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด กระบวนการผู้โดยสารทำได้ดี ระยะเวลาการให้บริการในกระบวนการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศในภาพรวมเฉลี่ย 22 นาทีต่อคน และกระบวนการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศในภาพรวมเฉลี่ย 28 นาทีต่อคน ขณะที่กระบวนการผู้โดยสาร
ขาเข้าภายในประเทศในภาพรวมเฉลี่ย 12 นาทีต่อคน และกระบวนการผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ
ในภาพรวมเฉลี่ย 16 นาทีต่อคน ซึ่งมาจากการที่ ทอท. ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเช็กอินด้วยเครื่อง CUSS การโหลดกระเป๋าด้วยเครื่อง CUBD การตรวจลงตราหนังสือเดินทางด้วยเครื่อง Automated Border Control (ABC) หรือเครื่อง Auto Channel ตลอดจนระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล หรือ Biometric ทำให้ระยะเวลาการใช้บริการของแต่ละจุดบริการภายในท่าอากาศยานลดลงเหลือประมาณ 1 นาที จากเดิมประมาณ 3 นาที ดังนั้น จึงได้สั่งการให้ ทอท. ดำเนินการเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสาร การอำนวยความสะดวกให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้นอีก เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น
ทอท. เร่งพัฒนาระบบเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ
นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 (ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 2 มกราคม 2568) 
•    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีผู้โดยสารมาใช้บริการ 1,429,736 คน เพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีเที่ยวบิน 7,707 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 14.3% 
•    ท่าอากาศยานดอนเมือง มีผู้โดยสาร 758,929 คน เพิ่มขึ้น 27% และมีเที่ยวบิน 4,914 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 19.2%
•    ท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีผู้โดยสาร 233,769 คน เพิ่มขึ้น 19.7% และมีเที่ยวบิน 1,425 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 12.1% 
•    ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย มีผู้โดยสาร 46,190 คน เพิ่มขึ้น 14.5% และมีเที่ยวบิน 318 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 12% 
•    ท่าอากาศยานภูเก็ต มีผู้โดยสาร 437,411 คน เพิ่มขึ้น 20.4% และมีเที่ยวบิน 2,573 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 20.5%
•    ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีผู้โดยสาร 66,092 คน เพิ่มขึ้น 18.2% และมีเที่ยวบิน 448 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 17.9% 

ขณะนี้ ทอท. อยู่ระหว่างพัฒนาการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้การบริหารจัดการท่าอากาศยานและการให้บริการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเร่งพัฒนาระบบ Biometric ให้ประชาชนคนไทยสามารถใช้งานระบบได้ทุกคน 100% โดยภายในวันที่ 15 มกราคม 2568 ระบบ Biometric จะสามารถรองรับการใช้งานของบัตรประชาชนตลอดชีพที่ไม่ระบุวันหมดอายุบัตร และรองรับการใช้งานของประชาชนบางคนที่มีชื่อหรือนามสกุลที่สะกดด้วยอักษรภาษาอังกฤษมากกว่า 20 ตัวอักษร ให้สามารถใช้งานระบบ Biometric ได้ 
นายกฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต เพิ่มศักยภาพทุกมิติทั้งท่องเที่ยว-แก้น้ำท่วม-จราจร
    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำหนดลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต วันที่ 9 มกราคม 2568 เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ          ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตรองรับการท่องเที่ยว และการพัฒนาสาธารณูปโภค รวมถึงการจราจรและกายภาพต่าง ๆ ของจังหวัด โดยเชิญส่วนราชการและทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมรับนโยบายจากนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งรับฟังภาพรวมการท่องเที่ยวในภูเก็ต รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค การกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และปัญหาจราจร การบริหารจัดการและส่งเสริม Big Event และการผลักดันภูเก็ตเป็น Premium Destination
    จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิดงานแสดงเรือนานาชาติแห่งประเทศไทยและลักซ์ซูรีไลฟ์สไตล์ ที่บริเวณท่าเทียบเรือยอร์ช เฮเว่น มารีน่า อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ณ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
     การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาในทุกด้าน ๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต จากข้อมูลสถานการณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2568 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้าท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตกว่า 230,000 คน มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท โดยคิดจากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันต่อคนของนักท่องเที่ยวเพียงที่ 9,000 บาท ทำให้ห้องพักโรงแรมที่มีอยู่กว่า 110,000 ห้อง มีการจองเข้าพักเฉลี่ยกว่าร้อยละ 80 โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ห้องพักโรงแรมเต็มเกือบทั้งหมด 
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้รัฐบาลจะนำข้อมูลจากจังหวัดภูเก็ต ไปเป็นต้นแบบของการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในทุก ๆ จังหวัดของประเทศไทยต่อไป


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar