“มันสำปะหลังไทย” บุกตลาดจีนสำเร็จเริ่มต้นปีสั่งซื้อล่วงหน้ากว่า 1.68 ล้านตัน จากที่ปี 67 สร้างมูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท

“มันสำปะหลังไทย” บุกตลาดจีนสำเร็จเริ่มต้นปีสั่งซื้อล่วงหน้ากว่า 1.68 ล้านตัน 
จากที่ปี 67 สร้างมูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท
บทสรุป 
    จากนโยบายเร่งผลักดันขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้ามันสำปะหลังไทย 
ของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศ ได้จัดคณะเดินทางทั้งภาครัฐและภาคเอกชนขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยในอุตสาหกรรมขั้นปลายที่มีศักยภาพ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่วันที่ 5 – 9 มกราคม 2568 โดยได้รับการตอบรับจากตลาดจีนเป็นอย่างดี ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังกับผู้ประกอบการไทย 440,000 ตัน รวมเป็นมูลค่ากว่า 5,314.95 ล้านบาท จะสามารถซื้อหัวมันสดในประเทศได้กว่า 1.68 ล้านตัน ซึ่งตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา (ม.ค.- พ.ย.67) ไทยได้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปยังจีน รวม 3.87 ล้านตัน มูลค่า 53,334.39 ล้านบาท (5.3 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ยังได้ติดตามสถานการณ์และร่วมกันแก้ไขปัญหาราคามันสำปะหลังให้แก่เกษตรกร โดยเพิ่มการใช้ภายในประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้ประสานโรงงานผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เช่น สุกร และโคนม เพื่อเชื่อมโยงและเพิ่มปริมาณการใช้อีกด้วย
รายละเอียด
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการรับมอบนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการเร่งผลักดันขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้ามันสำปะหลังของไทยและยกระดับราคามันสำปะหลังแก่เกษตรกร กรมฯ จึงได้จัดคณะเดินทางทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ขยายตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยในอุตสาหกรรมขั้นปลายที่มีศักยภาพ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่วันที่ 5 – 9 มกราคม 2568 โดยได้รับการตอบรับจากตลาดจีนเป็นอย่างดี ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีผู้นำเข้าระดับท็อปในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของจีน สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อขายสินค้ามันสำปะหลังกับผู้ประกอบการไทย 440,000 ตัน รวมเป็นมูลค่ากว่า 5,314.95 ล้านบาท จะสามารถซื้อหัวมันสดในประเทศได้กว่า 1.68 ล้านตัน ซึ่งตลอดปี 2567 ที่ผ่านมา (ม.ค.- พ.ย.67) ไทยได้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไปยังจีน รวม 3.87 ล้านตัน มูลค่า 53,334.39 ล้านบาท (5.3 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็นมูลค่า แป้งมันสำปะหลัง 36,725.66 ล้านบาท มันเส้นและมัดอัดเม็ด 16,380.75 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอื่น ๆ 227.98 ล้านบาท นอกเหนือจากการลงนาม MOU แล้ว การเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยกับผู้ประกอบการจีนก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน โดยมีผู้ประกอบการจีนเข้าร่วมเจรจาฯ จำนวน 51 ราย จากอุตสาหกรรมขั้นปลายที่มีศักยภาพทั้งเก่าและใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ อุตสาหกรรมกาว อุตสาหกรรมกระดาษ การขยายตลาดครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบริษัท New Hope Group ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทผลิตอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในจีนที่มีเงินทุนจดทะเบียนสูงถึง 340,000 ล้านหยวน เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาฯ ณ นครเฉิงตู อีกด้วย นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้หารือการสร้างโอกาสในการนำผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยไปใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ในจีนมากขึ้น และแนวทางการส่งเสริมการค้ามันสำปะหลังระหว่างไทยและจีนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในระยะยาวต่อไป ทั้งนี้ กรมฯ จะติดตามผลการเจรจาฯ ซื้อขายในครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลให้เกิดการกระตุ้นตลาดนำเข้ามันเส้นจากสาธารณรัฐประชาชนจีนให้มากที่สุด เนื่องจากผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยมีชื่อเสียงด้านคุณภาพในระดับโลกมาอย่างยาวนาน อีกทั้งคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่นเหนือกว่าธัญพืชอื่น เช่น ข้าวโพด จึงยังเป็นจุดแข็งที่ทำให้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบพรีเมี่ยมทดแทนในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ได้อย่างดีอีกด้วย
นางอารดา กล่าวสรุปว่า มูลค่าการซื้อขายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังระหว่างภาคเอกชนไทยกับผู้นำเข้าจีนจากการดำเนินกิจกรรมที่สาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณอันดีที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของการดำเนินกิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และพันธกิจของกรมฯ ที่ผลักดันผลผลิตสู่ตลาดเป้าหมาย (Demand Driven) ทั้งตลาดเก่าและตลาดใหม่ รวมถึงถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเส้นของไทยในการหลุดออกจากกรอบการค้าแบบเดิมและก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่หลากหลายของจีนตามนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยิ่งไปกว่านั้น การกระตุ้นความต้องการซื้อขายล่วงหน้าของผู้ประกอบการจีนจะช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออกไทยสามารถเชื่อมั่นว่า ผลผลิตของตนจะมีตลาดที่มีศักยภาพสูงรองรับ ซึ่งส่งผลดีกับรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังต่อไป

รมว.พาณิชย์ สั่งการ กรมการค้าภายใน และกรมการค้าต่างประเทศเร่งช่วยเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังเน้นเจรจาเพิ่มการรับซื้อจากจีน และเดินหน้าหาตลาดเพิ่ม
ซึ่งก่อนหน้านี้ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการไปยังกรมการค้าภายใน และกรมการค้าต่างประเทศ ให้เร่งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรชาวไร่มันสำปะหลังผ่านหลายมาตรการ และยังได้เร่งประสานให้ทางการจีนเข้ามาช่วยรับซื้อผลผลิตจากมันสำปะหลังเป็นการเร่งด่วน พร้อมขอให้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยเพิ่มจำนวนรับซื้อมันเส้น และสั่งการทูตพาณิชย์ให้หาตลาดล่วงหน้า เน้นเปิดตลาดใหม่ให้แก่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และให้กรมการค้าต่างประเทศ เร่งเดินหน้าขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลังไปต่างประเทศ โดยมีการหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง หาแนวทางการจัดกิจกรรมขยายตลาดร่วมกัน พร้อมกำหนดตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพในการนำเข้ามันสำปะหลังเพิ่มเติม อาทิ เม็กซิโก ชิลี ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมทั้งให้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มการส่งออกสินค้าให้สูงขึ้น
นายพิชัย กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้หารือกับนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ขอให้ผู้นำเข้าจีนช่วยรับซื้อมันสําปะหลังของไทยที่ผลผลิตกำลังออกสู่ตลาดมากในช่วงนี้ และได้ประสานไปยัง นายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนให้เร่งช่วยดำเนินการในขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวไร่มันให้ทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งได้ประสานขอให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในไทย ให้ช่วยกันใช้ส่วนผสมจากมันสำปะหลังในการผลิตเยอะขึ้นด้วย ซึ่งทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ยินดีช่วยรับซื้อมันเส้นตามที่กรมการค้าภายในขอความร่วมมือ โดยพี่น้องเกษตรกรชาวไร่มันสามารถติดต่อกับโรงงานอาหารสัตว์แต่ละแห่งได้โดยตรง และให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกช่วยประชาสัมพันธ์และเดินหน้าหาตลาดล่วงหน้าให้สินค้ามันสำปะหลัง ตลอดจนผลักดันให้มีการนำเข้าสินค้าแปรรูปจากมันสำปะหลังที่มีมูลค่าสูง เพื่อกระตุ้นตลาดและยกระดับการสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยโดยเร็ว

กระทรวงพาณิชย์ เกาะติดสถานการณ์ เร่งแก้ปัญหาราคามันสำปะหลัง ช่วยเกษตรกร
ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณ        มันสำปะหลัง ร่วมกับกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะปลูก เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ว่าในช่วงเดือน ม.ค. - มี.ค. 2568 เป็นช่วงที่ผลผลิตออกมาก โดยมันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่เป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านราคาให้แก่เกษตรกร โดยเพิ่มการใช้ภายในประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้ประสานโรงงานผลิตอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เช่น สุกร และโคนม เพื่อเชื่อมโยงและเพิ่มปริมาณการใช้ ขณะเดียวกันกรมการค้าต่างประเทศก็เร่งเดินหน้าขยายตลาดส่งออกมันสำปะหลัง รวมทั้งหาตลาดในอุตสาหกรรมใหม่ที่จะสามารถใช้มันสำปะหลังหรือแป้งมันเป็นวัตถุดิบ เพื่อทดแทนตลาดส่งออกเดิมที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ยังได้ซักซ้อมความเข้าใจถึงมาตรการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2567 จำนวน 4 โครงการ งบประมาณรวม 368 ล้านบาท ประกอบด้วย 
1) การชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต็อกให้ผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดึงผลผลิตออกจากตลาด 
2) สินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้สามารถรวบรวมมันสำปะหลังจากเกษตรกรเพื่อจำหน่ายต่อหรือสร้างมูลค่าเพิ่ม 
3) ยกระดับศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลังให้กลุ่มเกษตรกรโดยใช้เครื่องสับมันสำปะหลังเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิต การแปรรูปและการจำหน่ายแก่ผู้ซื้อโดยตรง
4) เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกให้เกษตรกร โดยการสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาการผลิตและลดต้นทุนโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการรองรับเพิ่มเติ่ม โดยพร้อมที่จะให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้าไปเปิดจุดรับซื้อในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการรับซื้อหรือมีปัญหาด้านราคา โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดกระจุกตัว เพื่อที่จะกระตุ้นกลไกตลาดให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดใดที่มีความจำเป็น คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร ระดับจังหวัด (คพจ.) ของจังหวัดนั้น ๆ สามารถแจ้งความประสงค์ในการเปิดจุดรับซื้อมายังกรมการค้าภายในได้
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar