: ผลงานรัฐบาลตรวจสอบสิทธิ์รับเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท เริ่มโอน 16 ธันวาคม 67
บทสรุป
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 67 ครม. มีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 4.61 ล้านครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 38,578.22 ล้านบาท
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ และลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะแบ่งการโอนเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่
เป็น 5 รอบ ตามภูมิภาค ระหว่างวันที่ 16 - 20 ธันวาคม 2567 ขอให้พี่น้องเกษตรกร ตรวจสอบสถานะเกษตรกรออนไลน์ ผ่าน e-Form และเช็กสถานะการโอนเงินได้ที่เว็บไซต์ chongkho.inbaac.com แอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. BAAC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกษตรกรพบปัญหาให้ติดต่อ ธ.ก.ส.
รายละเอียด
(13 ธ.ค. 67) นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่
3 ธ.ค. 67 ครม. มีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกร
ผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท จำนวน 4.61 ล้านครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 38,578.22 ล้านบาท
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ และลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว
โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะดำเนินการวางแผนจ่ายเงินให้กับชาวนาต่อไป คาดว่าจะจ่ายภายในปีนี้แน่นอน โดยทางกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะส่งรายชื่อให้ ธ.ก.ส. เพื่อโอนเงินไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งกำหนดแบ่งการโอนเป็นรอบ
ธ.ก.ส. แบ่งการโอนเงินช่วยเหลือ เป็นรอบตามภูมิภาค ตั้งแต่ 16 ธันวาคมนี้
ธ.ก.ส. ได้แบ่งการโอนเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ (รวมไม่เกิน 10,000 บาท) ออกเป็น 5 รอบ ตามภูมิภาค ดังนี้
• รอบที่ 1 ภาคเหนือ วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2567
• รอบที่ 2 ภาคกลางและภาคตะวันออก วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567
• รอบที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน วันที่พุธที่ 18 ธันวาคม 2567
• รอบที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2567
• รอบที่ 5 ภาคตะวันตกและภาคใต้ วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567
ตรวจสอบสถานะเกษตรกรออนไลน์ ผ่าน e-Form
ขอให้เกษตรกร ตรวจสอบสถานะเกษตรกรออนไลน์ ผ่าน e-Form ตามขั้นตอน ดังนี้
• เข้าเว็บไซต์ https://efarmer.doae.go.th/
• ไปที่กล่องสีเขียวบนหน้าจอด้านขวามือ เลือก “ตรวจสอบ”
• กรอกข้อมูลตามหน้าเว็บไซต์แนะนำ ระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ระบุเลขรหัสหลังบัตรประชาชน เลือก “ตรวจสอบ”
วิธีเช็กสถานะโอนเงินไร่ละ 1,000 บาท ปี 2567/68
เกษตรกรสามารถตรวจเช็กสถานะการโอนเงิน ของโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2567/68 ตามขั้นตอน ดังนี้
1. เข้าสู่เว็บไซต์เช็กสถานะโอนเงินได้ที่ chongkho.inbaac.com ตลอด 24 ชั่วโมง
1.1 เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID จะมีรายละเอียดเปิดบัญชีจำนวนเงิน และโครงการช่วยเหลือที่ได้รับ
ของผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จ และได้รับเงินแล้ว
1.2 หน้าจอจะแสดงผลสถานะการโอน กรณีไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียน โปรดติดต่อหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามชนิดพืชที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเพื่อรับสิทธิ์ต่อไป
2. ตรวจสอบข้อมูลในแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. BAAC Mobile หลังจากตรวจสอบในเว็บไซต์แล้วเรียบร้อย หากมีข้อมูลขึ้นว่าได้รับเงินโอน สามารถเข้าไปตรวจสอบยอดเงินได้ด้วยตนเอง
3. เช็กข้อมูลจาก บัตร ATM
4. ปรับสมุดเงินฝากที่ธนาคาร
5. SMS Alert
ขอให้เกษตรกรตรวจสอบบัญชีเงินฝากและติดต่อกับ ธ.ก.ส. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการรับเงินตามโครงการฯ ดังนี้
• กรณีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรยังไม่สมบูรณ์ หรือข้อมูลทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) ยังไม่ส่งมาที่
ธ.ก.ส. ต้องแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้แล้วเสร็จก่อน
• กรณี ชื่อ - สกุล ของข้อมูลทะเบียนเกษตรไม่ตรงกับข้อมูลบัญชีเงินฝาก บัญชีไม่เคลื่อนไหวถูกปิด บัญชีถูกอายัด หรือหากยังไม่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. ขอให้เกษตรกรติดต่อเปิดบัญชีใหม่กับ ธ.ก.ส. สาขาในพื้นที่ เพื่อให้ ธ.ก.ส. จะได้ดำเนินการโอนเงินให้แก่เกษตรกรได้ต่อไป
• หากผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกร ตรวจสอบระบบจะขึ้นข้อมูลว่า ไม่พบข้อมูลการลงทะเบียน (โปรดติดต่อหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามชนิดพืชที่ได้รับสิทธิตามโครงการ) โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เกษตรอำเภอในพื้นที่หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการฯ
1. บรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ และสามารถลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ครอบคลุม 4.61 ล้านครัวเรือน
2. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงเพื่อให้เกษตรกรมีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว
3. กระตุ้นการใช้จ่ายในระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกษตรกรมีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายในการซื้อปัจจัยการผลิตข้าว หรือจ่ายค่าบริหารจัดการในการผลิตข้าว เช่น เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา เป็นต้น