วธ. ชวนคนไทยเตรียมฉลอง 4 ธันวาคม “ต้มยำกุ้ง - เคบายา” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติโดยยูเนสโก
บทสรุป
กระทรวงวัฒนธรรม แจ้งข่าวดีวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ชวนคนไทยฉลอง “ต้มยำกุ้ง - เคบายา” จะได้รับการรับรองให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยยูเนสโก พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม งานฉลองต้มยำกุ้งและเคบายา มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธันวาคม 2567 ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์ โดยในวันที่ 6 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ภายในงานจะมีการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดเคบายา การสาธิตการทำต้มยำกุ้ง โดยเชฟตุ๊กตา (ร้านบ้านยี่สาร) หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย พร้อมได้ชิม
ต้มยำกุ้งฟรี ชมนิทรรศการ “ต้มยำกุ้ง” นิทรรศการ/สาธิตการปักชุด “เคบายา” และการแสดงดนตรี
ทางวัฒนธรรมให้ชมตลอดงาน โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.culture.go.th และเฟสบุ๊ค
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รายละเอียด
(2 พ.ย. 67) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO จะมีการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 (The nineteenth session of the Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: IGC) ในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ นครอซุนซิออน (Asuncion) สาธารณรัฐปารากวัย หรือตรงวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ตามเวลาประเทศไทย (เร็วกว่า 10 ชั่วโมง) จะมีการพิจารณาและลงมติรับรอง การเสนอขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ และเชื่อมั่นว่ารายการที่ประเทศไทยเสนอ คือ ต้มยำกุ้ง ของไทย และ เคบายา Kebaya (เสนอร่วม) จะได้รับการรับรองให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity : RL) ประจำปี 2567 โดย กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้ดังไกลทั่วโลก
“ต้มยำกุ้ง” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมรายการที่ 5 ที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก
ที่ผ่านมาประเทศไทย มีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากยูเนสโก แล้ว จำนวน 4 รายการ ได้แก่ โขน (2561) นวดไทย (2562) โนรา (2564) และประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทย (2566) โดย ต้มยำกุ้ง (Tomyum Kung) จะถือเป็นรายการที่ 5 ของไทย ที่ได้รับการรับรอง ในส่วน เคบายา เป็นรายการที่เสนอร่วม 5 ประเทศ คือ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ในชื่อ Kebaya : knowledge, skills, tradition and practices หรือ เคบายา : ความรู้ ทักษะ ประเพณี และการปฏิบัติ การได้ขึ้นเป็นมรดกวัฒนธรรมร่วมกันในครั้งนี้ ด้วย
เคบายา เป็นวัฒนธรรมการแต่งกายของสตรี ที่มีความประณีต งดงาม สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และประเพณี
ที่มีร่วมกันของผู้คน และเชื่อมโยงชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีส่วนในการสร้างสันติภาพและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในภูมิภาค
ไทม์ไลน์ - ต้นกำเนิดต้มยำกุ้ง
• พ.ศ. 2352 - 2367 : สมัยรัชกาลที่ 2 มีคำว่า “ต้มยำ” ในวรรณคดีไทยเรื่องเสภาขุนช้างขุนแผน
พระอภัยมณี และคำว่า “แกงต้มยำ” ในบทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ตอนพิธีราชาภิเษกพระราม
• พ.ศ. 2441 : ปรากฏสูตร “ต้มยำกุ้งทรงเครื่อง” “ต้มยำกุ้งกับเห็ดโคน” ในตำราปะทานุกรม การทำของคาวของหวาน อย่างฝรั่งแลสยาม
• พ.ศ. 2451 : ปรากฏสูตร “แกงนอกหม้อ” และ “ต้มยำเขมร” ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์
• พ.ศ. 2505 : ม.ร.ว. กิตินัดดา กิติยากร ปรุงต้มยำกุ้งเป็นเครื่องเสวยทูลเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้ง 4 พระองค์
• พ.ศ. 2507 : ชื่อต้มยำกุ้งถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในหนังสือของเสวยเขียนโดย ม.ร.ว. กิตินัดดา กิติยากร
ต้มยำกุ้ง ภาพสะท้อนอันหลากหลายของวัฒนธรรมไทย
ต้มยำกุ้งหนึ่งชาม ประกอบไปด้วยส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ทั้ง กุ้งแม่น้ำ ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ เครื่องสมุนไพร ตะไคร้ ใบมะกรูด ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาในการรับประทานอาหารเป็นยาจนกระทั่งการปรุงรสที่ปรับเปลี่ยนจากอดีต และกลายมาเป็นต้มยำกุ้งที่เราคุ้นชินกันในปัจจุบัน ทั้งต้มยำกุ้งน้ำใส น้ำข้น ที่ปรับเปลี่ยนสูตรให้อร่อยลิ้น ด้วยรสชาติที่ถูกปากผู้คนทั่วโลก ต้มยำกุ้ง จึงเปรียบเสมือนภาพตัวแทนวัฒนธรรมอาหารไทยที่ชาวโลกรู้จัก
จากความนิยมของต้มยำกุ้งที่มีทั่วโลก เมนูนี้จึงไม่เคยพลาดการจัดอันดับอาหารยอดนิยม หรือได้รับการลงคะแนนด้านความอร่อยอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น
• พ.ศ. 2567 เว็บไซต์ TasteAtlas สารานุกรมที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารจากทั่วโลก ได้เปิดเผยว่า ต้มยำกุ้ง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นซุปที่ดีสุด อันดับ 8 ของโลก
• พ.ศ. 2565 เว็บไซต์ CNN travel ได้จัดอันดับต้มยำกุ้ง ให้เป็น 1 ใน 20 อาหารประเภทซุป ที่ดีที่สุดในโลก
• ปัจจุบัน มีร้านอาหารไทยในต่างประเทศรวม 17,478 ร้านทั่วโลก โดยสหรัฐอเมริกามีจำนวนร้านอาหารไทยมากที่สุดในโลก ราว 6,850 ร้าน (ข้อมูล จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
ณ เดือน ต.ค. 2566)
คณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงเสนอ “ต้มยำกุ้ง” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบขอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก เมื่อ พ.ศ. 2564 โดยจะเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 วันที่ 2 - 7ธันวาคม 2567 ที่สาธารณรัฐปารากวัย
ประวัติความเป็นมาของเสื้อเคบายา
เสื้อเคบายา เครื่องแต่งกายของสตรีชาวบาบ๋าหรือเพอรานากัน ซึ่งเป็นลูกหลานของชาวจีนอพยพและแต่งงานกับคนพื้นเมือง ในแถบภาคใต้ชายฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ได้แก่ สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ระนอง และภูเก็ต มีรูปแบบมาจากวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวมลายูดั้งเดิม โดยปรับให้เน้นทรวดทรงและลดความยาวตัวเสื้อให้อยู่เหนือสะโพก ตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้หรือเทคนิคการฉลุผ้าแบบตะวันตก ปักลวดลายมงคลตามคตินิยมจีน นิยมใช้วัสดุจากต่างประเทศ เนื่องจากกลุ่มคนบาบ๋าเป็นพ่อค้ามีฐานะ เช่น กระดุมและเครื่องประดับทําด้วยทองและเพชร ลักษณะของตัวเสื้อ ทิ้งชายเสื้อด้านหน้าให้มีปลายแหลม ปลายเสื้อ ด้านหลังอยู่ระดับสะโพก นิยมตัดเย็บเป็นคอวีหรือมีระบายบริเวณคอเสื้อยาวตลอดจนถึงริมเสื้อด้านล่าง ปลายแขนยาวระดับข้อมือ สาบเสื้อไม่มีประดุม แต่จะใช้เข็มกลัดติดแทน
เสื้อเคบายา เป็นเสื้อคอวีที่มีพัฒนาการมาจากเสื้อครุยยาวและครุยสั้น มีลักษณะเป็นเสื้อสองตัว คือชั้นด้านในเป็นเสื้อคอตั้งแขนยาว ตามแบบเสื้อพื้นฐานสําหรับสตรีชาวบาบ๋าในสมัยอดีต สวมทับด้วยเสื้อที่ตัดเย็บอย่างหลวม ๆ ด้วยผ้าโปร่งบางหรือผ้าป่านที่มีลวดลายปักฉลุตลอดทั้งผืน เนื่องจากภาคใต้ของประเทศไทย
มีสภาพอากาศร้อนและเพื่อให้สวมใส่ได้คล่องตัว จึงปรับจากเสื้อครุยท่อนมาเป็นเสื้อตัวเดียว
อาเซียนร่วมใจ ชาติไหนบ้างที่ใส่เสื้อเคบายา
เสื้อเคบายา น่าจะเป็นที่คุ้นตาของชาวอาเซียนหลายประเทศในคาบสมุทรมลายู เพราะเป็นเครื่องแต่งกายที่แพร่หลายอยู่ในแถบนี้ มีรูปแบบเหมือนกันคือ การใส่เสื้อที่ตัดเย็บจากผ้าเนื้อบาง เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลูกไม้ ตกแต่งด้วยลายปัก ใส่คู่กับท่อนล่างที่เป็นผ้าถุงปาเต๊ะ จากอินโดนีเซีย ที่จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปใน
แต่ละชนชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมร่วมในการแต่งกายด้วยเสื้อเคบายาที่สามารถพบเห็นได้ ยกตัวอย่างเช่น บรูไนดารุสซาราม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทยที่เป็นกลุ่ม
ซึ่งเป็นกลุ่มลูกหลานชาวจีนอพยพที่แต่งงานกับชาวมลายู อย่างเช่น จังหวัดภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง สตูล
เสื้อเคบายา ทูตวัฒนธรรมชาวใต้จีนมลายู
เสื้อเคบายา เป็นเครื่องแต่งกายที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมจีนมลายูหรือเพอรานากัน
การสวมใส่เสื้อเคบายาจึงมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีดั้งเดิม เป็นการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในรากเหง้าและส่งต่อวัฒนธรรมไปยังคนรุ่นหลัง ชุดเจ้าสาว กู่ข้วน เป็นเสื้อคลุมยาวระดับน่อง
เหนือชายผ้าปาเต๊ะ 1 คืบ ไม่เข้ารูป คอตัววี ด้านในสวมเสื้อคอตั้ง ชุดเป็นสีมงคล เช่น ชมพูอ่อน เขียวไข่กา เจ้าสาวสวมมงกุฎดอกไม้ไหว ชุดเจ้าสาวแบบเคบายา มีเอกลักษณ์และความงดงามในแง่ของศิลปะ
การออกแบบเครื่องแต่งกาย ที่แสดงถึงความประณีตและความคิดสร้างสรรค์ สามารถสร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อีกด้วย
สำหรับประเทศไทย จังหวัดที่มีวัฒนธรรมการใส่เสื้อเคบายานั้น จะเห็นได้ว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคใต้ชายฝั่งตะวันตก หรือที่ติดกับทะเลอันดามัน โดยจะเป็นจังหวัดที่มีชาวจีนฮกเกี้ยนเดินทางอพยพมาค้าขายและทำงานในเหมืองแร่ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา สตูล ระนอง ตรัง กระบี่ ในสมัยก่อนชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมา จะขึ้นฝั่งแถบช่องแคบมะละกา เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้งบางจังหวัดในประเทศไทย ริมฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้เกิดการผสมผสานเชื้อชาติระหว่างชาวจีน และคนท้องถิ่น เกิดเป็นกลุ่มคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่เรียกว่า “เพอรานากัน” และสร้างวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ที่โดดเด่นเป็นของตนเองขึ้นมา อย่างเช่น ชุดเครื่องแต่งกายเสื้อเคบายา เป็นต้น
“เคบายา” วัฒนธรรมร่วมแห่งคาบสมุทรมลายู
เคบายา (Kebaya) ชุดพื้นเมืองของสตรีไทยเพอรานากัน ในพื้นที่ริมฝั่งทะเลอันดามันภาคใต้ของประเทศไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมด้านการแต่งกายที่มีวิวัฒนาการร่วมกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในคาบสมุทรมลายูมากว่า 300 ปี เป็นรูปแบบการแต่งกายบาบ๋าเพอรานากัน ได้รับการประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ในสาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล เมื่อปี พ.ศ. 2555
ทั้งนี้ เสื้อเคบายา จะได้รับการพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโก ร่วมกับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาราม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงค์โปร์ ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ สาธารณรัฐปารากวัย
เชิญชวนประชาชนร่วมงานฉลองต้มยำกุ้งและเคบายา
ในโอกาสที่น่ายินดีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรม งานฉลองต้มยำกุ้งและเคบายา มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ระหว่างวันที่ 6 - 8 ธันวาคม2567 ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์ โดยในวันที่ 6 ธันวาคม เวลา 18.00 น. จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ภายในงานจะมีการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดเคบายา การสาธิตการทำต้มยำกุ้ง โดยเชฟตุ๊กตา (ร้านบ้านยี่สาร) หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย พร้อมได้ชิมต้มยำกุ้งฟรี ชมนิทรรศการ
“ต้มยำกุ้ง” นิทรรศการ/สาธิตการปักชุด “เคบายา” และการแสดงดนตรีทางวัฒนธรรมให้ชมตลอดงาน
โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.culture.go.th และเฟสบุ๊คกรมส่งเสริมวัฒนธรรม