กทม. จับมือเครือข่ายเดินหน้ามาตรการลด PM2.5 ประกาศเขตควบคุมฝุ่น ห้ามรถบรรทุก 6 ล้อเข้า 22 พื้นที่ชั้นในเขตมลพิษต่ำ

กทม. จับมือเครือข่ายเดินหน้ามาตรการลด PM2.5 ประกาศเขตควบคุมฝุ่น ห้ามรถบรรทุก 6 ล้อเข้า 22 พื้นที่ชั้นในเขตมลพิษต่ำ
    กรุงเทพมหานคร หารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน กรมควบคุมมลพิษ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้ามาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ จะประสบปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐานในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคมของทุกปี โดยในปีนี้ ได้ออก 7 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และเป็นครั้งแรกกับการประกาศเขตควบคุมฝุ่น ห้ามรถบรรทุก 6 ล้อเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน 22 พื้นที่เขตมลพิษต่ำ
กทม. จับมือเครือข่ายเดินหน้ามาตรการลด PM2.5
    (29 ต.ค. 67) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายธีระพงษ์ วิมลจิตรานนท์ ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง 
กรมควบคุมมลพิษ นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นายศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สสวท. แถลงความร่วมมือในการลดฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมหารือแนวทางการดำเนินมาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) 
ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2568 เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะประสบปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐานในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคมของทุกปี
สำหรับการดำเนินการตามมาตรการติดตามเฝ้าระวัง อาทิ นักสืบฝุ่น Risk Map แจ้งเตือน และติดตั้ง Sensor 1,000 จุด การกำจัดต้นตอ ได้แก่ ตรวจวัดควันดำ ตรวจคุณภาพอากาศเชิงรุก การนำรถอัดฟางใช้ในการเกษตร นอกจากนี้ ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งสถานการณ์ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ในส่วนการดำเนินงานตามแผนระยะวิกฤต ได้แก่ จัดตั้ง War Room การแจ้งเตือน 3 ครั้ง/วัน ตรวจควันดำบริเวณท่าเรือ/นิคมอุตสาหกรรม ดำเนินแคมเปญรถคันนี้ลดฝุ่น การขอความร่วมมืองดจุดธูป เทียน ในวัดและศาลเจ้า ห้ามจอดรถถนนสายหลัก/สายรอง จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ แจกหน้ากากอนามัยเชิงรุก และการติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ ผ่านทางแอปพลิเคชัน AirBKK เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ Line Alert เฝ้าระวัง Hot Spot การหยุดก่อสร้างการประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ และหากการพยากรณ์คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง 3 วัน จะดำเนินมาตรการ Low Emission Zone 
ออก 7 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 
1.    มาตรการเขตมลพิษต่ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Low Emission Zone) และแนวทางการดำเนินงานภายใต้ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง การห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษกภายใต้พื้นที่บังคับใช้ จำนวน 9 เขต ประกอบด้วย เขตดุสิต เขตพญาไท เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตคลองสาน เขตสาทร เขตปทุมวัน เขตบางรัก และแนวถนนต่าง ๆ ผ่าน 13 เขต 31 แขวง โดยเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง 5 เขต ประกอบกับการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น อัตราการระบายอากาศ และทิศทางลมมาจากตะวันออก ล่วงหน้า 2 วัน จะออกประกาศดังกล่าว โดยจะประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และกำหนดระยะเวลาห้าม 3 วัน มีผลใช้บังคับนับแต่วันถัดจากวันประกาศ โดยจะมีการกำหนดเปิดลงทะเบียนบัญชีสีเขียว ตั้งแต่ 1 พ.ย. 67 เป็นต้นไป สำหรับรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป ที่เข้ากระบวนการบำรุงรักษารถ ประกอบด้วย เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรองอากาศ และการติดตั้งตัวกรองอนุภาคไอเสียดีเซล (DPF) ได้รับการยกเว้นมาตรการในเขตมลพิษต่ำฯ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีสีเขียวกับข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืน
อีกด้วย ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนนำรถที่ไม่ได้ลงทะเบียนบัญชีสีเขียว เข้าพื้นที่ในช่วงที่มีการประกาศพื้นที่ Low Emission Zone ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง 
สำนักสิ่งแวดล้อม โทร. 0 2203 2951 
2.    โครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ปี 2568 ซึ่งต่อยอดดำเนินโครงการเป็นปีที่ 2 ในช่วงเดือน พ.ย. 67 – ม.ค. 68 โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
ในการลดมลพิษทางอากาศจากยานพาหนะ โดยปีนี้ตั้งเป้ารถเข้าร่วมโครงการไว้ 500,000 คัน  
3.    มาตรการ Work From Home เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง 5 เขต ต่อเนื่อง 2 วัน 
4.    การให้บริการยืมรถอัดฟาง เพื่อลดการเผาในภาคการเกษตร โดยปรับลดเงื่อนไขการยืมรถอัดฟาง
ในส่วนของผู้ยืม และการยกเว้นค้ำประกัน
5.    โครงการนักสืบฝุ่น โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อศึกษาแหล่งที่มา
ของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม. และสนับสนุนการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5
6.    การจัดทำห้องปลอดฝุ่นและธงคุณภาพอากาศในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และป้องกันสุขภาพอนามัยของนักเรียนและบุคลากร
7.    การเปิดให้บริการคลินิกมลพิษทางอากาศในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธฺโร อุทิศ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ และโรงพยาบาลนคราภิบาล ซึ่งประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้
กระทรวงพลังงาน ร่วมมือ กทม. ผลักดันมาตรการลดฝุ่น PM2.5 
    นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานให้ได้ความสำคัญและใส่ใจกับปัญหาเรื่องฝุ่นพิษ PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปี 
จึงได้ประสานเพื่อขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่ 100,000 เมตริกตัน หรือประมาณ 120 ล้านลิตรขึ้นไป หรือ ผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพียงชนิดเดียวปีละตั้งแต่ 50,000 เมตริกตันขึ้นไป) จัดทำแคมเปญและส่วนลดเพื่อจูงใจให้ประชาชนนำรถเข้ามาตรวจสภาพ บำรุงรักษารถยนต์ เปลี่ยนไส้กรองอากาศและน้ำมันเครื่อง ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ผ่านโครงการ “รถคันนี้ลดฝุ่น” ขณะนี้ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดแคมเปญและส่วนลดจากสถานีบริการน้ำมันและศูนย์บริการรถยนต์ โดยประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดส่วนลดและแคมเปญต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์และ Facebook กระทรวงพลังงาน
ทส. ร่วมกับ กต. เปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส ผนึกกำลังป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน
    (29 ต.ค. 67) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดตัวแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (พ.ศ. 2567 - 2573) ร่วมกับ นางบุนคำ วอละจิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สปป.ลาว และ นายคิน หม่อง ยี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมียนมา เพื่อย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้ง 
3 ประเทศ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรมและบูรณาการร่วมกัน
    ทั้งนี้ ร่างแผนปฏิบัติการร่วมฯ ได้กำหนดแผนงานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างไทย 
สปป.ลาว และเมียนมา ในช่วงปี 2567 - 2573 ซึ่งรวมถึงการกำหนดเป้าหมายลดจุดความร้อน การจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟไหม้ป่า เพื่อยกระดับความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคผ่านการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมฯ พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ ความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วนในวงกว้างถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศข้ามแดน เพื่อขับเคลื่อนให้ภูมิภาคของเราเป็นภูมิภาคปลอดหมอกควันอย่างแท้จริง 
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar