นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงเวทีอาเซียน+3 จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่งเสริมภูมิภาคเอเชียตะวันออก เน้นแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ-ความมั่นคงด้านอาหารการจัดการน้ำ-สร้างเสถียรภาพทางการเงิน

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงเวทีอาเซียน+3 จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่งเสริมภูมิภาคเอเชียตะวันออก เน้นแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ-ความมั่นคงด้านอาหารการจัดการน้ำ-สร้างเสถียรภาพทางการเงิน

(10 ต.ค. 67) ณ ศูนย์ประชุม NCC เวียงจันทน์ สปป.ลาว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 - 45 เวลา 08.30 น. นายกฯ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - จีน ครั้งที่ 27 ซึ่งมีนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเข้าร่วม นายกฯ กล่าวว่า ความสัมพันธ์อาเซียน – จีน เป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค เน้นย้ำความร่วมมือสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
1. การบูรณาการทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยง (Economic integration and connectivity) ความสำเร็จของการเจรจายกระดับ FTA อาเซียน - จีน 3.0 อาเซียนและจีนควรใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ไทยสนับสนุนการรวบรวมสมาชิกใหม่ที่รวมไปถึงเขตบริหารพิเศษฮ่องกงด้วย ที่ต้องมุ่งเน้นการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI และเกษตรอัจฉริยะ
 2. ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน (People-to-people relations) ปีแห่งความร่วมมืออาเซียน - จีนว่าด้วยการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน (ASEAN-China Year of People-to-People Exchanges) ซึ่งต้องเสริมสร้างความเข้าใจ ความรักความสามัคคีของประชาชนในประชาคมอาเซียนกว่า 700 ล้านคนโดยจะดำเนินมาตรการยกเว้นวีซ่าอย่างต่อเนื่อง เพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และขยายโอกาสในการรับทุนการศึกษา
 3. ความร่วมมือด้านความมั่นคง (Security cooperation) ควรเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการจัดการกับประเด็นความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์และยาเสพติด การหลอกลวงออนไลน์ และด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาหมอกควันข้ามแดนและภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ชูวิสัยทัศน์ “ABC” อาเซียน-เกาหลีใต้ เน้นพัฒนาเทคโนโลยี 
เวลา 10.15 น. นายกฯ ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนระหว่างผู้นำอาเซียนกับเกาหลีใต้ ครั้งที่ 25 นายยุน ซ็อก ย็อล ( Yoon Suk Yeol ) ประธานาธิบดี สาธารณรัฐเกาหลีใต้ เข้าร่วม และกล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียน (ASEAN Common Statement) และประเทศผู้ประสาน Coordinator รวมถึงในนามประเทศไทยว่า ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญในการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีของความสัมพันธ์อาเซียน – เกาหลีใต้ ที่มีความร่วมมือที่ลึกซึ้งและขยายขอบเขตไปได้ทั้ง 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน เป็นการเริ่มต้นบทบาทใหม่ของความสัมพันธ์ด้วยการจัดตั้งหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership : CSP) บนพื้นฐานของความไว้วางใจ และการพัฒนาแผนปฏิบัติการอาเซียน - เกาหลีใต้ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2569-2573) จะเป็นแนวทางความร่วมมือในอนาคต
 นายกฯ กล่าวแถลงการณ์ของประเทศไทย โดยหยิบยกวิสัยทัศน์ 'ABC' ในการพัฒนาหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน (CSP) กับเกาหลีใต้ 'A' Advanced Technology การใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เกาหลีใต้ในฐานะผู้นํานวัตกรรมหลายประเภท สามารถมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียน จะเป็นการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่จะเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค และบูรณาการเศรษฐกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการยกระดับ ASEAN-ROK FTA 'B'  Balanced development การพัฒนาที่สมดุลสร้างอนาคตที่เท่าเทียมยั่งยืนและยืดหยุ่นมากขึ้น ไทยขอให้เกาหลีใต้สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MSMEs และ 'C' Creative economy เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชื่นชมการมีส่วนร่วมของเกาหลีใต้ใน “Seminar on Thailand and Creative ASEAN” จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ และจะเป็นจุดสนใจหลักของงานวันอาเซียน – เกาหลีใต้ในเดือน พ.ย. 67 นี้ 
อาเซียน-ญี่ปุ่น เน้นดิจิทัล-พลังงานสีเขียว-นวัตกรรม
    เวลา 11.30 น. นายกฯ พร้อมผู้นำอาเซียน ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน - ญี่ปุ่น ครั้งที่ 27 กับนายอิชิบะ ชิเกรุ (H.E. Mr. Ishiba Shigeru) นายกฯ ระบุว่า อาเซียนและญี่ปุ่นจะเร่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้เข้มแข็ง และเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม 3 ประการ ดังนี้
     1. การเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่โลกแห่งดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล อาเซียนและญี่ปุ่นควรเพิ่มความร่วมมือในการพัฒนาทักษะและเพิ่มทักษะใหม่ให้แก่ MSMEs และเปิดโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ รวมถึงส่งเสริมความปลอดภัยทางไซเบอร์และต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ให้มากขึ้น ผ่านศูนย์ความร่วมมืออาเซียน - ญี่ปุ่น
    2. การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว เน้นย้ำความมุ่งหวังของไทยในการส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาด และยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค โครงการความร่วมมือระหว่างอาเซียน - ญี่ปุ่นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (ASEAN-Japan Co-Creation Initiative for the Next-Generation Automotive Industry) 
3. การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพิ่มความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภาคการเกษตร อาหาร และการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าท้องถิ่น ผ่านการขับเคลื่อนนวัตกรรมต่อไป
นายกฯ ย้ำเวทีอาเซียน+3 เน้นแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
เวลา 14.00 น. นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน+3 (ASEAN Plus Three: APT) ครั้งที่ 27 โดยมีผู้นำประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเน้นย้ำถึง 3 ประเด็นสำคัญในการส่งเสริมให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีความยืดหยุ่น ยั่งยืน และเจริญรุ่งเรือง ดังนี้
     1. การต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์ ไทยพร้อมสนับสนุนโครงการของ APT เพื่อจัดการกับปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เห็นพ้องในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติกับประเทศคู่เจรจา+3 (ASEAN Senior Officials’ Meeting on Transitional Crime Plus Three: SOMTC+3) ซึ่งได้รับการรับรองเมื่อปีที่ผ่านมาแล้ว
     2. การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและการจัดการทรัพยากรน้ำ มีความสำคัญเร่งด่วนในการจัดการกับความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในฐานะที่ไทยเป็นที่ตั้งของสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียน+3 (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve: APTERR) ไทยพร้อมสนับสนุนการขยาย APTERR เพื่อรองรับการสำรองอาหารหลักประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม ตลอดจนสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติและความเชี่ยวชาญจากประเทศคู่เจรจา+3 โดยเฉพาะด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเสริมสร้างขีดความสามารถและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการจัดการน้ำ
     3. การส่งเสริมเสถียรภาพทางการเงิน ผ่านการจัดตั้ง Rapid Financing Facility ภายใต้มาตรการริเริ่มที่ จ.เชียงใหม่ของไทย ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralism: CMIM) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนฉุกเฉิน ตลอดจนการสนับสนุนการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในกลไกของ APT รวมถึงการออกพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นภายใต้โครงการ Asian Bond Markets Initiative    
    ในปี 2568 ประเทศไทยจะเป็นประธานกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue: ACD) ซึ่งมีประเทศอาเซียน+3 เป็นสมาชิกทั้งหมด โดยมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเจรจาและความร่วมมือทางการเงินภายใต้กรอบ ACD เพื่อผลักดันการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ ต่อไป
     พร้อมย้ำว่า ความพยายามร่วมกันของ APT จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศคู่เจรจา+3  โดยอาเซียนพร้อมสนับสนุนความร่วมมือไตรภาคีที่ดีอย่างเต็มที่ จะเป็นแรงผลักดันเชิงบวกที่ประสานพลังในกรอบ APT มากขึ้น
 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar