กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งประสานกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการตลาดสินค้าลำไยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งประสานกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการตลาดสินค้าลำไยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร
    (24 ก.ค. 67) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ...และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาถึงปัญหาดังกล่าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ถือเป็นก้าวแรกที่ดี ที่จะยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี 
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งคณะกรรมการแก้ไขลำไยทั้งระบบ
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิตลำไยคุณภาพ ที่มีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เพื่อเร่งแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิตลำไยคุณภาพ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขลำไยทั้งระบบ ได้แก่ 
1. การตั้งคณะกรรมการหรือหน่วยงานภาครัฐ กำหนดมาตรการทางกฎหมายในการรับซื้อลำไยสดช่อ 
2. การรับซื้อลำไยแบบตะแกรงร่อนให้เป็นไปตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศ 
3. การติดป้ายราคารับซื้อลำไยสดและลำไยรูดร่วง 
โดยมอบหมายคณะทำงานพัฒนาตลาดและการตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์ลำไย ประสานกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการกำกับติดตามและพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการด้านการตลาดสินค้าลำไยดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบเกษตรพันธสัญญาสร้างความเชื่อมั่น - เข้มแข็งทางธุรกิจ
กรณีการทำสัญญาซื้อ-ขาย ผลผลิตลำไยทั้งสวนหรือเป็นกิโลกรัม ต้องให้มีหน่วยงานหรือองค์กรกำกับดูแลในการทำนิติกรรมสัญญาซื้อ-ขาย สามารถทำได้โดยอ้างอิงระบบเกษตรพันธสัญญา มีสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการควบคุมดูแล เพื่อจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และความเข้มแข็งทางธุรกิจของประเทศให้สามารถแข่งขันตลาดการค้าเสรีได้ 
     ที่ประชุมยังได้รับทราบความก้าวหน้า ในโครงการต่าง ๆ 
•    การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการตลาดสินค้าลำไยในสถาบันเกษตรกร ฤดูกาลผลิต ปี 2567 
•    โครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้เพื่อยกระดับราคาของสถาบันเกษตรกร ปี 2567 
•    Model การกระจายผลผลิตลำไยในฤดูกาล โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ร่วมกันเป็นหน่วยงานหลักในการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าลำไย แนวทางการจำหน่ายผลผลิตผ่านแผนกธุรกิจของ อ.ต.ก. และการจำหน่ายสินค้าผ่าน Modern trade หรือช่องทางออนไลน์ต่อไป
กระทรวงพาณิชย์เร่งประสานเดินหน้าหาตลาดใหม่
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ในช่วงวันที่ 3-4 สิงหาคม 2567 เพื่อติดตามผลการบริหารจัดการลำไยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดลำพูน ที่มีการปลูกลำไยเป็นจำนวนมาก ถือเป็นพืชหลักของทางภาคเหนือและเป็นนโยบายสำคัญของทั้งรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ในการเข้าดูแลผลผลิต ตั้งแต่ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด 
มีกำหนดการหารือร่วมกันผู้ประกอบการรุ่นใหม่และ SMEs ในพื้นที่ อาทิ กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ YSF (Young Smart Farmer) และกลุ่ม MOC Biz Club ของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน รับฟังและร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่
พณ.เชื่อมโยง-ดูดซับผลผลิตลำไย กระจายตลาดใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
o    สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน ได้เชื่อมโยงสั่งซื้อลำไยจากจังหวัดลำพูน จำนวน 14,000 ตัน แบ่งเป็นลำไยสด 12,500 ตัน และลำไยอบแห้ง 1,500 ตัน และจะมีกิจกรรมต่อเนื่องในการเชื่อมโยงและดูดซับผลผลิตทางการเกษตรไปยังตลาดเมืองรอง และตลาดใหม่ในต่างประเทศ
o    เตรียมมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ปี 2567 ดูแลผลไม้ถึง 900,000 ตัน เฉพาะลำไยประมาณ 200,000 ตัน 
o    ดูแลการส่งออกแปรรูป และรณรงค์การบริโภค โดยรัฐบาลและทุกภาคส่วน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย 
o    ให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาดีตลอดทั้งปี
สศก.รายงานสถานการณ์ผลผลิตลำไย ปี 2567
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานสถานการณ์ผลผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน) ในปี 2567 พบว่าผลผลิตของลำไยเพิ่มขึ้น 
- ลำไยในฤดู มีจำนวน 637,501 ตัน เพิ่มขึ้น 30,601 ตัน หรือร้อยละ 5 จากปีที่แล้ว (จำนวน 606,900 ตัน) โดยปัจจัยหลักมาจากราคาลำไยในปีที่แล้วอยู่ในเกณฑ์ดี
- ลำไยนอกฤดู มีจำนวน 341,473 ตัน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 342,573 ตัน หรือร้อยละ 0.32 เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งและร้อนจัดทำให้ต้นลำไยในบางพื้นที่ไม่สมบูรณ์
ลำไยในฤดูเริ่มเกี่ยวเก็บตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 และคาดว่าราคาที่เกษตรกรขายได้จะอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากการดูแลรักษาที่ดีทำให้ลำไยมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ตลาดส่งออกสำคัญของลำไยภาคเหนือ ได้แก่ จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ถึงแม้ว่าตลาดจีนจะเปิดการซื้อขายแล้ว แต่ยังมีมาตรการตรวจคัดกรองที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคแมลงศัตรูพืช
สถานการณ์ราคาลำไยคัดเกรด ณ วันที่ 15 ก.ค. 67 
ลำไยที่ส่งออกไปยังประเทศจีน 
•    เกรด  AA ราคา 47 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด A ราคา 42 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด B ราคา 35 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด C ราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม
ลำไยรูดร่วง 
•    เกรด AA ราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด A ราคา 19 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด B ราคา 9 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด C ราคา 2 บาทต่อกิโลกรัม
ลำไยสดช่อส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย 
•    เกรด AA ราคา 34 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด A ราคา 28 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด B ราคา 23 บาทต่อกิโลกรัม
•    เกรด C ราคา 13 บาทต่อกิโลกรัม  
สำหรับแนวทางการบริหารจัดการลำไยในฤดูของภาคเหนือ มีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการและวางแนวทางการบริหารสมดุล Demand-Supply โดยเน้นการแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งทั้งเปลือก อบแห้งเนื้อสีทอง น้ำลำไยสกัดเข้มข้น และลำไยกระป๋อง จำนวน 480,725 ตัน บริโภคสดในประเทศจำนวน 60,724 ตัน และส่งออกลำไยสดจำนวน 96,053 ตัน


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar