โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เตรียมสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ปลายปี 2567 รัฐบาลยืนยันประชาชนรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตได้ปลายปีนี้

โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เตรียมสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ปลายปี 2567
รัฐบาลยืนยันประชาชนรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตได้ปลายปีนี้
(19 มิ.ย. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำเป็น 2568 ระบุว่า ในช่วงปลายปี 2567 นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะถึงมือคนไทย 50 ล้านคน เกิดเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงตั้งแต่ระดับฐานราก กระจายไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อให้เกิด การจับจ่ายใช้สอย การสั่งผลิตสินค้า การจ้างงาน และหมุนกลับมาเป็นเงินภาษีให้กับภาครัฐ เพื่อใช้ในการลงทุนเพื่อสร้างขีดความสามารถให้กับประเทศต่อไป สำหรับการใช้งบประมาณในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ไม่มีคำว่าหมกเม็ดแน่นอน
(10 เม.ย. 67) นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet กล่าวว่า รัฐบาลมีความยินดีที่แจ้งให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่จะยกระดับเศรษฐกิจระดับประเทศ และระดับประชาชนได้เกิดขึ้นอย่าง เป็นทางการแล้ว โดยรัฐบาลได้ใช้ความพยายามสูงสุดในการก้าวผ่านอุปสรรค เดินหน้าโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ใส่เงินระบบเศรษฐกิจกระจายไปทุกพื้นที่ให้ถึงฐานราก ท้องถิ่น-ชุมชน โดยดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด ซึ่งประชาชนและร้านค้าจะสามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ในไตรมาส 3 และเงินจะส่งตรงถึงพี่น้องประชาชนในไตรมาส 4 ของปีนี้ 
กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนกระจายไปทุกพื้นที่ให้ถึงฐานราก
    นโยบายการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet เป็นการใส่เงินในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก เกิดการจับจ่ายใช้สอย ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน และภาคธุรกิจ ที่จะขยายการลงทุน ขยายกิจการ เกิดการผลิตสินค้าที่มากขึ้น นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ และเกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลก็จะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบของภาษี อันจะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสให้กับกลไกการชำระเงินของระบบเศรษฐกิจและรัฐบาล 
โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ตลอดจนยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนที่ต้องการได้
รับความช่วยเหลือ เช่น กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจและสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งจะเป็นการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชนและยังก่อให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมอีกด้วย
มอบสิทธิให้ประชาชน 50 ล้านคน คาดเศรษฐกิจขยายตัว ร้อยละ 1.2 - 1.6
ในส่วนของความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการฯ จะเป็นการให้สิทธิแก่ประชาชนจำนวน 50 ล้านคน ผ่าน Digital Wallet  วงเงิน 5 แสนล้านบาท และกำหนดให้ใช้จ่ายในร้านค้าที่กำหนดซึ่งจะเป็นการเติมเงินลงสู่ฐานราก โดยจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยประมาณร้อยละ 1.2 ถึงร้อยละ 1.6 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดเงื่อนไขของโครงการฯ  โดยรัฐบาลจะดำเนินโครงการฯ ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยกระบวนการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบ
ที่เกี่ยวข้อง และต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การดำเนินโครงการฯ จะต้องเป็นไปโดยซื่อสัตย์ สุจริต รอบคอบ และระมัดระวัง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนโดยรวม ตลอดจนรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ อย่างเคร่งครัด
แหล่งที่มาของเงินในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet
    นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง    ชี้แจงเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินในโครงการฯ ว่า ตามที่กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณได้รับมอบหมายให้ไปพิจารณาแหล่งเงินทางเลือก วงเงิน 500,000 ล้านบาท ขณะนี้มีคำตอบให้คณะกรรมการนโยบายฯ แล้วว่า วงเงิน 500,000 ล้านบาท สามารถบริหารจัดการผ่านกระบวนการงบประมาณได้ทั้งหมด โดยจะใช้เงินจากงบประมาณจาก 3 ส่วน ได้แก่
1.    เงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท ซึ่งได้ขยายกรอบวงเงินงบประมาณในปี 2568 เรียบร้อยแล้ว
2.    การดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ จำนวน 172,300 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลกลุ่มประชาชนที่เป็นเกษตรกร จำนวน 17 ล้านคนเศษ ผ่านกลไกมาตรา 28 ของงบประมาณปี 2568
3.    การบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของรัฐบาล จำนวน 175,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อรวมวงเงินส่วนที่ 1- 3 เป็นวงเงิน 500,000 ล้านบาท ยืนยันว่า การดำเนินการเรื่องแหล่งเงินเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 (พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ) พ.ร.บ.งบประมาณ และ พ.ร.บ.เงินตรา โดย ณ วันที่เริ่มโครงการช่วงปลายปีจะมีเงิน 500,000 
ล้านบาทอยู่ทั้งก้อน ไม่มีการใช้เงินสกุลอื่น หรือการใช้มาตรการอื่นแทนเงิน ขอยืนยันเรื่องแหล่งเงินและความมั่นใจว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
เงื่อนไข คุณสมบัติ ผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาท 
1.    คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป
2.    มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาท/ปี (70,000 บาท/เดือน)
3.    เงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท
-    กรณีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน แต่เงินฝากเกิน 500,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิ
-    กรณีรายได้เกิน 70,000 บาทต่อเดือน แต่เงินฝากน้อยกว่า 500,000 บาท จะไม่ได้รับสิทธิ
 


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar