จาริกเส้นทางบุญในมิติทางศาสนา ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา “เส้นทางความศรัทธาวิถีพุทธ ชาติพันธุ์ และภูมิปัญญาแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี”
๑. วัดหุบกระทิง อำเภอบ้านโป่ง จังหวดราชบุรี
วัดหุบกระทิง เป็นวัดที่ตั้งตามชื่อหมู่บ้าน “หุบกระทิง” ได้รับการพัฒนาและบูรณะมาอย่างต่อเนื่อง วัดหุบกระทิงเป็นวัดที่ประชาชนนิยมมาไหว้พระ ทำบุญขอพร และท่องเที่ยว มีชื่อเสียงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และความน่าเลื่อมใส บริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีจุดสำคัญสำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง เช่น หลวงพ่อสมปรารถนา พระประธานในอุโบสถ 100 ปี องค์ท้าวเวสสุวรรณ รุ่นเจริญทรัพย์ จัดไว้อย่างสวยงาม บริเวณด้านหลังวัดมีร้านคาเฟ่ “มา-หา กาแฟบุญ” และตลาดร่มสัก เป็นตลาดชุมชน จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน เปิดจำหน่ายในวันเสาร์–อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. มีการเปิดพื้นที่เป็นลานบุญ ลานวัฒนธรรม เพื่อให้ชุมชนมาจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม และมีสวนเกษตรกรรมปลูกพืชผักเพื่อจำหน่าย และจัดให้มีจุดถ่ายรูป และจุดเช็คอิน มีมุมถ่ายภาพสวยๆ บรรยายกาศ ร่มรื่นเย็นสบาย
๒.วัดใหญ่นครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
วัดใหญ่นครชุมน์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง มีอาคารที่โดดเด่นและสิ่งก่อสร้างที่เป็นของเก่าแก่คู่กับวัดมา คือ โบสถ์วิหาร เจดีย์บรรจุพระธาตุ และต้นโพธิ์ ๓ ต้น ซึ่งปลูกคู่วัดมาแต่เดิม อุโบสถหลังเก่า อยู่ภายในกําแพงแก้วสี่เหลี่ยมทึบเตี้ย ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ช่อฟ้าใบระกาปูนปั้น ส่วนอุโบสถหลังใหม่ ภายในเพดานสูงมีภาพจิตรกรรมฝาหนังเต็มพื้นที่ จิตรกรรม ฝีมือประณีตงดงาม ด้านหน้าวัดมีวิหารชาวมอญเรียกเป็นภาษารามัญว่า “ปากี” ลักษณะเป็นอาคารไม้ทรงไทยสร้างอยู่บนฐาน ก่ออิฐถมดิน ๒ ชั้น ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ องค์ที่สองเป็นพระพุทธรูปสําริดปางประทานพร เป็นพระพุทธรูปคล้ายศิลปะพม่า ด้านหน้ามีรูปปั้นอุบาสกชาวมอญ ๒ คน องค์ที่สามเป็นพระพุทธรูปสําริดปางสมาธิ ครองจีวรห่มเฉียงเป็นริ้ว สมัยรัตนโกสินทร์ แบบศิลปคันธารราฐ ประชาชนเลื่อมใสศรัทธามาขอพรในด้านความสำเร็จของธุรกิจการค้า
๓.วัดม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ชาวมอญที่บ้านม่วงเชื่อกันว่าบรรพบุรุษรุ่นแรกอพยพมาจากประเทศพม่า โดยติดตามพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งเป็นพระสงฆ์เชื้อสายมอญนิกายมหายานเข้ามาตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำแม่กลอง แล้วให้ชื่อหมู่บ้านเหมือนบ้านเดิมในพม่าว่า “บ้านม่วง“ และได้สร้างวัดประจำหมู่บ้านว่า “วัดม่วง” ภาษามอญเรียกว่า “เพลียเกริก” จากการค้นคว้าและอ่านคัมภีร์ใบลาน ภาษาและอักษรมอญจำนวนมากส่วนใหญ่ระบุว่า จารที่วัดม่วง และระบุศักราชการจารอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดม่วง มีพิพิธภัณฑ์บ้านม่วง แหล่งรวบรวมความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวมอญ โดยเฉพาะ “คำภีร์งาช้างโบราณ” อายุหลายร้อยปี จารึกภาษามอญ ส่วนอุโบสถเก่ามีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ นอกจากนี้ยังมี เจดีย์มอญ ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงกลมแบบเจดีย์มอญ อีกทั้งยังมี “ต้นโพธิ์” ที่เป็นรุกขมรดกแห่งแผ่นดิน มีลักษณะเด่นอยู่ที่ “รากของต้นโพธิ์ ได้เกาะเกี่ยวและหุ้มโครงสร้างของซุ้มประตูวัด กิ่งก้านสาขาได้แผ่ปกคลุมคล้ายกับ ช้างทรงขนาดใหญ่” ภายในซุ้มมีรูปปั้นพระสังกัจจายน์พระอสีติ “มหาสาวกแห่งโชค” ตั้งอยู่เพื่อให้ประชาชนมากราบไหว้ขอพร
๔.วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วัดขนอนแต่เดิมเป็นวัดร้าง เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า “วัดกานอนกีนอนโปราวาส” ท่านพระครูศรัทธาสุนทร หรือหลวงปู่กล่อม อดีตเจ้าอาวาสวัดขนอน เป็นผู้ทำการบูรณะวัดร่วมกับชาวบ้านได้พบใบเสมาหินเก่ามีจารึกเป็นตัวเลข “๒๓๒๗” จึงสันนิษฐานว่า วัดนี้คงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๗ สำหรับชื่อของวัดขนอนนั้นสืบเนื่องจากหลังจากที่มีการบูรณะวัดขึ้นใหม่แล้ว ชาวบ้านก็เลยพากันเรียกชื่อ วัดเสียใหม่ตามชื่อของด่านเก็บภาษีทางน้ำที่เรียกว่า “ขนอน” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัด ส่วน “หนังใหญ่วัดขนอน” สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยหลวงปู่กล่อมท่านได้ชักชวนครูอั๋ง ช่างจาด ช่างจ๊ะ และช่างพ่วง มาร่วมกันสร้างตัวหนัง ชุดแรกที่สร้างคือชุด หนุมานถวายแหวน ต่อมาได้สร้างเพิ่มอีกรวม ๙ ชุด ปัจจุบันมีตัวหนังมากกว่า ๓๑๓ ตัว วัดขนอน มีชื่อเสียงในการจัดเทศกาลหนังใหญ่เป็นงานประจำปีที่นักท่องเที่ยวรอคอยชมศิลปะการแสดงหนังใหญ่ การแสดงโขน ตลอดจนการแสดงมหรสพ และการแสดงพื้นบ้านต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในทุก ๆ ปี ภายในวัดมีตลาดด่านขนอน จำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน เพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนในช่วงวันเสาร์- วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ -๑๕.๐๐ น.
๕.วัดคงคาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
สันนิษฐานว่าสร้างวัดคงคารามในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงธนบุรี มีอายุมากกว่า 200 ปี สร้างขึ้นโดยพระยามอญ โดยชาวมอญรามัญที่ย้ายถิ่นอยู่อาศัยมาตามลำน้ำแม่กลองร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดคงคารามเดิมขึ้นเป็น “วัดกลาง” เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมสำหรับร่วมทำสังฆกรรมของสงฆ์แบบรามัญนิกาย โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษามอญว่า “เภี้ยโต้” ปรากฏภาพเขียนจิตรกรรมผาผนังที่งดงาม โดยเฉพาะ ภาพ พระแม่ธรณีบีบมวยผม และหมู่ภาพพุทธประวัติที่วิจิตรงดงาม ส่วนพิพิธภัณฑ์วัดคงคารามเป็นเรือนไม้ทรงไทยที่สร้างเชื่อมต่อกุฏิ 9 ห้อง จัดแสดงเครื่องลายคราม คัมภีร์ใบลาน เครื่องมือช่าง เครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย-อยุธยา และห้องจัดแสดงวัตถุโบราณเก่าแก่ ที่เกี่ยวกับท้องถิ่น ข้าวของโบราณที่ทางวัดเก็บไว้จำนวนมาก ซึ่งข้าวของส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวมอญ อาทิ โลงมอญอายุ 200 ปี คัมภีร์ใบลานจารึกภาษามอญ
๖.วัดเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
วัดเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่บริเวณชุมชนเก่าแก่ และที่มาของชื่อวัดอาจตั้งตามชื่อหมู่บ้านซึ่งมีอยู่มาแต่เดิมในสมุดราชบุรีปี ๒๔๖๘ ระบุว่า“เจ็ดเสมียน” เคยเป็นที่ตั้งของอำเภอมาก่อน โดยอำเภอโพธารามเดิมเรียกว่า อำเภอเจ็ดเสมียน ต่อมาในปี ๒๔๓๘ (ร.ศ.๑๑๔) จึงได้ย้ายขึ้นไปตั้งที่ตำบลโพธารามทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลอง ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้เสด็จพระราชดำเนินซ้อมรบเสือป่าที่จังหวัดราชบุรี และใช้พื้นที่เจ็ดเสมียนในการซ้อมรบด้วย ตลาดเจ็ดเสมียน 119 ปี เป็นตลาดเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีที่ตั้งอยู่ภายในชุมชนเจ็ดเสมียน ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากอาคารไม้โบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้จนถึงในปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้จะเปิดในเย็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา ๑๕.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.โดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมตลาดแห่งนี้ยังสามารถแวะเที่ยวชมสถานที่ สำคัญ อาทิ วัดเจ็ดเสมียน พิพิธภัณฑ์ชุมชมเจ็ดเสมียน ศาลเจ้าแม่ทับทิมและจุดชมวิวริมแม่น้ำแม่กลองที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก จึงเป็นสัญลักษณ์ของโพธารามเป็นอย่างยิ่ง มีนักท่องเที่ยวมาชิมช้อปกันอย่างหนาแน่น