ราชบุรี - เหง้าสับปะรดสรรพคุณทางยาชาวบ้านขุดขายเพิ่มรายได้ช่วงโควิด
ชาวบ้าน อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ขุดเหง้าสับปะรด ที่หมดอายุการเก็บเกี่ยวขายหารายได้ช่วงโควิด - 19 ด้านเกษตรแนะนำส่วนเปลือกสามารถนำมาทำปุ๋ยเพิ่มรายได้อีกทาง เตรียมต่อยอดเพิ่มมูลค่า
( 22 ธ.ค. 64 ) นางดวงสมร พฤฑฒิกุล เกษตรจังหวัดราชบุรี พร้อมนางสาว ฉันทิดา กระทุ่มแก้ว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอบ้านคา ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของนางมะลิ ไกลวิจิตร อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ 8 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา ซึ่งครอบครัวและญาติ มีอาชีพปลูกสับปะรดส่งขายตลาดทั่วไป และส่งขายโรงงาน เป็นการปลูกแบบรุ่นต่อรุ่นทุกปี หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ก็จะคงเหลือส่วนที่เป็นรากเหง้า ที่มีอายุนานประมาณ 3 - 4 ปี เหลือจากการใช้ ประโยชน์แล้ว เกษตรกรบางรายก็จะไถกลบ เพื่อเป็นปุ๋ยในรุ่นถัดไป
แต่สำหรับครอบครัวนี้ ได้นำเหง้าสับปะรด ที่หมออายุการเก็บเกี่ยวแล้วที่ทิ้งอยู่ตามร่องสวน มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการใช้มีดที่มีความหาคม ตัดเหง้าเพื่อนำไปปอกเปลือกออกให้เหลือแต่ส่วนขาวด้านใน คล้ายหัวเผือก เพราะเหง้าสับปะรด มีสรรพคุณทางยา ตามตำราสมุนไพรของแพทย์แผนโบราณ สามารถนำมาทำเป็นยาได้ทุกส่วน เช่น เหง้ามีสรรพคุณขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้มุตกิด ระดูขาว แก้หนองใน ขับเสมหะ แก้อักเสบ แก้บวม แก้ลักปิดลักเปิด ช่วยย่อยอาหาร บำรุงไต แก้กระษัย ด้วยการใช้เหง้าสดหรือตากแห้งต้มน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร ก็จะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี
นางมะลิ ไกลวิจิตร กล่าวว่า ภายใน 1 สัปดาห์ ไปเก็บเหง้าสับปะรดประมาณ 2 วัน จากนั้นนำมาปอกเปลือกอีก 2 วัน จะได้ประมาณ 200 - 300 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 3.20 บาท มีพ่อค้ามารับซื้อที่บ้าน ขายแต่ละครั้งจะได้เงินประมาณ 1,000 กว่าบาท ส่วนใหญ่จะไปขอเจ้าของไร่ที่ปล่อยทิ้งแล้ว และไร่ของลูกสาวปลูกไว้บ้าง ไปเหมาซื้อแบบถูก ๆ บ้างไร่ละประมาณ 500 บาท ช่วงโควิดหยุดอยู่กับบ้าน ไม่มีอาชีพอื่น นอกจากปอกเหง้าสับปะรดส่งขาย พอมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ส่วนเปลือกได้ให้คนเอาไปทำปุ๋ยหมักขายต่อไป
นางดวงสมร พฤฑฒิกุล เกษตรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า มาว่าเหง้าสับปะรด ใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง นอกจากกินผลสด และส่งเข้าโรงงานแล้ว แต่ส่วนเหง้ามีเกษตรกรเก็บมาใช้ประโยชน์ได้อีก นำมาปอกส่งโรงงานต่างจังหวัด ถือว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรพออยู่ได้ เป็นงานสำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงสถานการณ์โควิดที่ไปไหนลำบาก ทำให้ยังพอมีรายได้ช่วงนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนของเปลือกเหง้าสับปะรดที่เหลือทิ้งยังสามารถนำไปทำปุ๋ยหมักได้อีก ซึ่งจะให้สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านคา เข้ามาดูแลแนะนำสอนนำเปลือกเหง้าสับปะรดไปทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในไร่ หรือนำออกจำหน่ายเสริมรายได้อีกทาง
ส่วนเหง้านั้นมองว่ามีประโยชน์มีการรับซื้อ แต่ยังไม่รู้ว่าโรงงานนำไปทำอะไร ทราบจากเกษตรกรว่า สามารถนำไปต้มกับน้ำกินรักษาคนที่เป็นโรคนิ่ว เป็นการรักษาคล้ายสมุนไพร ที่จังหวัดราชบุรี ทางภาคราชการ จะมีมหาวิทยาลัย 2 แห่ง ซึ่งหน่วยงานนี้จะมีห้องแล็บ มีอาจารย์ ที่คิดว่าน่าจะลองนำเหง้าสับปะรดไปพัฒนาต่อยอด เป็นตัวผลิตภัณฑ์ที่จะเอามารักษาโรค หรือเป็นเครื่องสำอางได้ คงต้องนำเรื่องไปพูดคุยกับหน่วยงานอย่างละเอียดอีกครั้ง ในกลุ่มของนักวิชาการว่าในเหง้าสับปะรดมีสารอะไรบ้าง ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์และสัตว์ได้ และนำมาสกัดออกมาเพื่อทำประโยชน์อะไรได้ในอนาคต โดยพื้นที่ อ.บ้านคา เป็นแหล่งปลูกสับปะรดมากที่สุดถึงเกือบแสนไร่ และยังเป็นสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI ของจังหวัดด้วย
ส่วนเหง้าที่เหลือ มีจำนวนมากปัจจุบัน ได้มีการขายให้กับคนที่อื่น ยังไม่ได้ต่อยอดพัฒนาเอามาใช้ หรือเพิ่มมูลค่า ตรงนี้จะเป็นโจทย์ให้กับหน่วยงานนำไปศึกษาว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง
ช่วงสถานการณ์โควิด -19 ที่มีการระบาดนานนับปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านอยู่กันอย่างลำบากทั้งด้านการทำกิน การหารายได้เลี้ยงครอบครัว ซึ่งครอบครัวของเกษตรกรรายนี้ ถือเป็นแบบอย่างของการหาอาชีพเสริมที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างงานให้กับตัวเองเลี้ยงครอบครัวให้พออยู่พอกิน
/////////////////////////////////////////////