วิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จ.ราชบุรี ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พัฒนาเยาวชนสู่ความยั่งยืน พร้อมชูอัตลักษณ์ผ้าทอท้องถิ่น
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 – กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านหนองมะค่า ตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ขับเคลื่อนโครงการสร้างทายาท "ต้นกล้าหม่อนไหม" มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสู่เยาวชนในพื้นที่ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน พร้อมกันนี้ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ในการยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือให้มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น
โดยการบูรณาการความร่วมมือและการพัฒนาเยาวชน นางสมพร แก้วคนตรง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มฯ มีสมาชิกผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจำนวน 24 คน (พื้นที่ 90 ไร่) และกลุ่มปลูกหม่อนผลสดจำนวน 41 คน (พื้นที่ 80 ไร่) โดยดำเนินการภายใต้มาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ ซึ่งผลผลิตเส้นไหมส่วนหนึ่งได้จัดส่งให้แก่สำนักสวนจิตรลดา
เพื่อเป็นการสืบสานโครงการอย่างยั่งยืน กรมหม่อนไหมได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ในการสร้างทายาท "ต้นกล้าหม่อนไหม" โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนจากโรงเรียนในพื้นที่ อาทิ โรงเรียนบ้านมะขามเอน เข้ามาศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน ส่งผลให้เยาวชนกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศในการแข่งขันการทอผ้า เมื่อปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
ด้านการยกระดับผลิตภัณฑ์และสร้างอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผศ.สุนิสา โพธิ์พรม ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานสาขาวิชานิเทศศาสตร์และนวัตกรรมสื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมีจุดเด่นดังนี้ การออกแบบลวดลายอัตลักษณ์ นำเอกลักษณ์ของอำเภอสวนผึ้งและเทือกเขาตะนาวศรี มาถอดแบบเป็นลวดลายบนผืนผ้า ได้แก่ ลวดลายผึ้ง และ ดอกกล้วยไม้เอื้องมณีฉาย (กล้วยไม้เฉพาะถิ่น) ด้วยเทคนิคการจกทอมือจากเส้นไหม
ขณะที่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ได้ต่อยอดเส้นไหมอินทรีย์สู่การทอเป็นผืนผ้า ผ้าพันคอ ผ้า 4 ตะกอ ที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ ตลอดจนการนำเศษผ้ามาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับและของตกแต่ง และการสร้าง Soft Powerผสมผสานเสน่ห์ผ้าไทยของอำเภอสวนผึ้งเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และสร้างรายได้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ทั้งผู้สูงอายุ วัยทำงาน เยาวชน และผู้พิการ
สำหรับขั้นตอนการสาวไหม กลุ่มเยาวชนต้นกล้าหม่อนไหมได้รับการฝึกฝนตามมาตรฐาน ดังนี้:
1. นำรังไหม (ประมาณ 100 ตัว) ต้มในน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส
2. ดำเนินการสาวเส้นไหมลงในตะกร้า โดยใส่ข้าวสารดิบลงไปเพื่อช่วยดูดซับความชื้นและป้องกันเส้นไหมพันกัน
3. นำเส้นไหมไปผึ่งให้แห้งเป็นเวลา 1 คืน เพื่อไล่ความชื้น
4. คัดแยกประเภทเส้นไหม โดยเส้นไหมชั้นนอกจะมีลักษณะเส้นใหญ่และหยาบ ส่วนเส้นไหมชั้นใน (ไหมน้อย) จะมีความละเอียด เมื่อนำมาทอจะได้เนื้อผ้าที่มีความประณีตและสวยงาม
ทั้งนี้หน่วยงานหรือประชาชนที่สนใจศึกษาดูงานหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: นางสมพร แก้วคนตรง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โทรศัพท์: 062-531-8924