โรงเรียนใน จ.ราชบุรี ใช้คลองชลประทานสอนเด็กลอยตัวในน้ำลดอุบัติเหตุเสียชีวิต

โรงเรียนใน จ.ราชบุรี ใช้คลองชลประทานสอนเด็กลอยตัวในน้ำลดอุบัติเหตุเสียชีวิต

โรงเรียนวัดบางกะโด จ.ราชบุรี สอนนักเรียนลอยตัวในน้ำที่คลองชลประทาน เพื่อช่วยเหลือตนเอง หากพลัดตกน้ำ เพราะในชุมชนที่นักเรียนอาศัยมีแหล่งน้ำธรรมชาติ และคลองชลประทานจำนวนมาก

วันที่ 9 ส.ค. 2566 โรงเรียนวัดบางกะโด (สามัคคีวิทยาคาร) ร่วมกับองคืกรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และภาคเอกชน สอนนักเรียนว่ายน้ำและลอยตัวในน้ำ ในโครงการ “ลอยตัว ไม่กลัวจมน้ำ” เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการจมน้ำให้กับนักเรียนและนักเรียนสามารถช่วยเหลือตนเองและผู้ประสบเหตุทางน้ำได้ เนื่องจากโรงเรียนวัดบางกะโดนั้นมีนักเรียนจำนวนมากที่มีบ้านและอยู่อาศัยใกล้แหล่งน้ำ เช่นคลองชลประทาน บ่อน้ำในหมู่บ้าน รวมถึงชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมทำสวน ทำไร่ ซึ่งต้องมีแหล่งน้ำ ร่องสวน อาจเป็นสถานที่เสี่ยงต่อการจมน้ำของนักเรียนได้ จึงต้องการให้นักเรียนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 กว่า 150 คน มีทักษะในเรื่องของการลอยตัวในน้ำเพื่อช่วยเหลือตนเอง หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยอุบัติเหตุการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆของเด็กไทย โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม 

ในงานมี ดร.พัณณ์ชิตา กนกพงษ์เสถียร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2 เป็นประธานเปิด ซึ่งโครงการฯนี้ได้นำนักเรียนฝึกลอยตัวในน้ำนิ่งที่สระว่ายน้ำค่ายบุรฉัตร และฝึกลอยตัวในน้ำไหลที่คลองชลประทานใกล้โรงเรียน โดยมีนางสาวเพ็ญประภา ฤทธิรงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางกะโด (สามัคคีวิทยาคาร) คณะครู เจ้าหน้าที่จากศูนย์ตอบโต้ภัยพิบัติ จ.ราชบุรี และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย สอนและดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด

การฝึกลอยตัวในน้ำครั้งนี้นักเรียนจะได้รู้การลอยตัวด้วยวัสดุที่ลอยน้ำได้ เช่นขวดพลาสติก การฝึกลอยตัวท่าปลาดาวหงาย ซึ่งถ้าลอยตัวบนผิวน้ำได้นานมากเท่าไหร่ เปอร์เซ็นต์ที่เด็กจะเอาตัวรอดจากการจมน้ำมีสูงขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้เด็กนักเรียนในโครงการได้เรียนรู้ทักษะความปลอดภัยทางน้ำ ได้เรียนรู้จุดเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการจมน้ำ โดยเน้นหลัก “อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม” ทักษะการช่วยเหลือคนตกน้ำอย่างถูกต้องด้วยหลักการ “ตะโกน โยน ยื่น” 

ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค สถิติเด็กจมน้ำเสียชีวิตช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ปี 2561-2565 พบเด็กจมน้ำกว่า 900 ราย เฉลี่ยวันละ 2 ราย ส่วนใหญ่เกิดเหตุในช่วงเดือนเมษายน และเกิดเหตุจากแหล่งน้ำธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตเกินครึ่งเกิดขึ้นระหว่างการชวนกันไปเล่นน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ และเด็กส่วนใหญ่ขาดทักษะการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และไม่รู้วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ที่สำคัญชุมชนควรมีการเฝ้าระวังแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยงในชุมชน ห้ามให้เด็กลงไปเล่นน้ำตามลำพังโดยเด็ดขาด

////////////////////////////////////////////////////////////////


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar