<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/373</link>
<atom:link href="https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/index/id/373" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[อบจ.ราชบุรี เปิดแลนด์มาร์กใหม่! สกายวอล์กเขาแก่นจันทน์ ชมวิว 360 องศา ชมฟรี วันนี้ถึง 25 ม.ค. ปีหน้า]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/460575</link>
<guid isPermaLink="false">1ef506e5e69d388aea7099bcc3872f5b</guid>
<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 11:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>อบจ.ราชบุรี เปิดแลนด์มาร์กใหม่! สกายวอล์กเขาแก่นจันทน์ ชมวิว 360 องศา ช่วงทดลองเปิดให้เข้าชมฟรี<br />
[ราชบุรี] &ndash; นายก อบจ.ราชบุรี นำคณะผู้บริหารเปิดตัวสกายวอล์กแห่งใหม่บนยอดเขาแก่นจันทน์ กระตุ้นการท่องเที่ยวรับปีใหม่ 2569 ชวนชาวราชบุรีและนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์ชมวิวเมืองแบบพาโนรามา พร้อมเปิดให้เข้าชมฟรีในช่วงทดลองระบบ (Soft Opening) ตั้งแต่ปลายปีนี้ถึง 25 มกราคม 2569<br />
วันที่ 26 ธันวาคม 2568 นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เป็นประธานนำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี (ส.อบจ.) หัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนภาคประชาชน ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมความพร้อมและเปิดทดลองการเข้าชม สกายวอล์กเขาแก่นจันทน์ แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของจังหวัดราชบุรี<br />
นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา เปิดเผยว่า โครงการสกายวอล์กแห่งนี้ อบจ.ราชบุรี ตั้งใจพัฒนาให้เป็นจุดชมวิวระดับมาตรฐานสากล เพื่อยกระดับเขาแก่นจันทน์ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และจุดสูงสุดในตัวเมืองให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยตัวทางเดินเป็นกระจกใสและต่อไปจะสร้างเชื่อมถึงหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติฯ จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของจังหวัดราชบุรีได้แบบ 360 องศา ทั้งตัวเมือง แม่น้ำแม่กลอง และเทือกเขาตะนาวศรี<br />
&quot;ในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นเปิดทดสอบระบบ เพื่อดูความเรียบร้อยและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เข้ามาใช้งานจริง โดย อบจ.ราชบุรี ขอมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ด้วยการเปิดให้ เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในช่วงทดลองระบบ&quot; นายวิวัฒน์ กล่าว<br />
สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยี่ยมชมสามารถมาเข้าชม (ช่วงทดลอง): ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 &ndash; 25 มกราคม 2569 โดยไฮไลท์: จุดชมวิวกระจกใส 360 องศา, สักการะพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ (พระสี่มุมเมือง) เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิราบในประเทศไทยมี 4 องค์ ประดิษฐานเป็นหลักชัยไว้ ณ ทิศทั้งสี่ของประเทศไทย คือ ทิศเหนือ ประดิษฐานที่หน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง ทิศตะวันออก ประดิษฐานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสระบุรี ทิศตะวันตก ประดิษฐานที่เขาแก่นจันทน์ จังหวัดราชบุรี และทิศใต้ ประดิษฐานที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง<br />
ทั้งนี้ ทาง อบจ.ราชบุรี ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด และจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละรอบเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้มาเยือน จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวราชบุรีและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเช็คอินและร่วมภาคภูมิใจกับแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้ร่วมกัน<br />
-------------------------------------------</p>

<p>&nbsp;</p>
<iframe src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Freel%2F1787126331999146%2F&show_text=false&width=267&t=0" width="267" height="476" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share" allowFullScreen="true"></iframe>]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20251230a6c354ae767aafb944889e924c34c60c110514.jpg' type='image/jpg' length='497142' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จาริกเส้นทางบุญในมิติทางศาสนา ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา “เส้นทางความศรัทธาวิถีพุทธ ชาติพันธุ์ และภูมิปัญญาแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี”]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/420974</link>
<guid isPermaLink="false">af0881d61cb0f77edb0cbc76564c6b49</guid>
<pubDate>Thu, 04 Sep 2025 16:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จาริกเส้นทางบุญในมิติทางศาสนา&nbsp;ตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา &ldquo;เส้นทางความศรัทธาวิถีพุทธ ชาติพันธุ์ และภูมิปัญญาแห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี&rdquo;</p>

<p>๑. วัดหุบกระทิง อำเภอบ้านโป่ง จังหวดราชบุรี<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;วัดหุบกระทิง เป็นวัดที่ตั้งตามชื่อหมู่บ้าน &ldquo;หุบกระทิง&rdquo; ได้รับการพัฒนาและบูรณะมาอย่างต่อเนื่อง &nbsp;วัดหุบกระทิงเป็นวัดที่ประชาชนนิยมมาไหว้พระ ทำบุญขอพร และท่องเที่ยว มีชื่อเสียงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และความน่าเลื่อมใส บริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีจุดสำคัญสำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง เช่น หลวงพ่อสมปรารถนา พระประธานในอุโบสถ 100 ปี องค์ท้าวเวสสุวรรณ รุ่นเจริญทรัพย์ จัดไว้อย่างสวยงาม บริเวณด้านหลังวัดมีร้านคาเฟ่ &ldquo;มา-หา กาแฟบุญ&rdquo; และตลาดร่มสัก เป็นตลาดชุมชน จำหน่ายอาหารพื้นบ้าน &nbsp;เปิดจำหน่ายในวันเสาร์&ndash;อาทิตย์ &nbsp;ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ &ndash; ๑๖.๓๐ น. มีการเปิดพื้นที่เป็นลานบุญ ลานวัฒนธรรม เพื่อให้ชุมชนมาจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม &nbsp;และมีสวนเกษตรกรรมปลูกพืชผักเพื่อจำหน่าย &nbsp;และจัดให้มีจุดถ่ายรูป และจุดเช็คอิน มีมุมถ่ายภาพสวยๆ บรรยายกาศ &nbsp;ร่มรื่นเย็นสบาย</p>

<p>๒.วัดใหญ่นครชุมน์ &nbsp;อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดใหญ่นครชุมน์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง &nbsp;มีอาคารที่โดดเด่นและสิ่งก่อสร้างที่เป็นของเก่าแก่คู่กับวัดมา คือ โบสถ์วิหาร เจดีย์บรรจุพระธาตุ และต้นโพธิ์ ๓ ต้น ซึ่งปลูกคู่วัดมาแต่เดิม อุโบสถหลังเก่า อยู่ภายในกําแพงแก้วสี่เหลี่ยมทึบเตี้ย ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ช่อฟ้าใบระกาปูนปั้น ส่วนอุโบสถหลังใหม่ ภายในเพดานสูงมีภาพจิตรกรรมฝาหนังเต็มพื้นที่ จิตรกรรม ฝีมือประณีตงดงาม &nbsp;ด้านหน้าวัดมีวิหารชาวมอญเรียกเป็นภาษารามัญว่า &ldquo;ปากี&rdquo; ลักษณะเป็นอาคารไม้ทรงไทยสร้างอยู่บนฐาน &nbsp; &nbsp; ก่ออิฐถมดิน ๒ ชั้น ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ องค์ที่สองเป็นพระพุทธรูปสําริดปางประทานพร เป็นพระพุทธรูปคล้ายศิลปะพม่า ด้านหน้ามีรูปปั้นอุบาสกชาวมอญ ๒ คน องค์ที่สามเป็นพระพุทธรูปสําริดปางสมาธิ ครองจีวรห่มเฉียงเป็นริ้ว สมัยรัตนโกสินทร์ แบบศิลปคันธารราฐ ประชาชนเลื่อมใสศรัทธามาขอพรในด้านความสำเร็จของธุรกิจการค้า&nbsp;<br />
<br />
๓.วัดม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ชาวมอญที่บ้านม่วงเชื่อกันว่าบรรพบุรุษรุ่นแรกอพยพมาจากประเทศพม่า โดยติดตามพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งเป็นพระสงฆ์เชื้อสายมอญนิกายมหายานเข้ามาตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำแม่กลอง แล้วให้ชื่อหมู่บ้านเหมือนบ้านเดิมในพม่าว่า &ldquo;บ้านม่วง&ldquo; และได้สร้างวัดประจำหมู่บ้านว่า &ldquo;วัดม่วง&rdquo; ภาษามอญเรียกว่า &ldquo;เพลียเกริก&rdquo; จากการค้นคว้าและอ่านคัมภีร์ใบลาน ภาษาและอักษรมอญจำนวนมากส่วนใหญ่ระบุว่า จารที่วัดม่วง และระบุศักราชการจารอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดม่วง &nbsp; มีพิพิธภัณฑ์บ้านม่วง แหล่งรวบรวมความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวมอญ โดยเฉพาะ &ldquo;คำภีร์งาช้างโบราณ&rdquo; อายุหลายร้อยปี จารึกภาษามอญ ส่วนอุโบสถเก่ามีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ นอกจากนี้ยังมี เจดีย์มอญ ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงกลมแบบเจดีย์มอญ อีกทั้งยังมี &ldquo;ต้นโพธิ์&rdquo; ที่เป็นรุกขมรดกแห่งแผ่นดิน มีลักษณะเด่นอยู่ที่ &ldquo;รากของต้นโพธิ์ ได้เกาะเกี่ยวและหุ้มโครงสร้างของซุ้มประตูวัด กิ่งก้านสาขาได้แผ่ปกคลุมคล้ายกับ ช้างทรงขนาดใหญ่&rdquo; ภายในซุ้มมีรูปปั้นพระสังกัจจายน์พระอสีติ &ldquo;มหาสาวกแห่งโชค&rdquo; ตั้งอยู่เพื่อให้ประชาชนมากราบไหว้ขอพร</p>

<p><br />
๔.วัดขนอน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดขนอนแต่เดิมเป็นวัดร้าง เป็นที่อาศัยของนกนานาชนิด ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า &ldquo;วัดกานอนกีนอนโปราวาส&rdquo; ท่านพระครูศรัทธาสุนทร หรือหลวงปู่กล่อม อดีตเจ้าอาวาสวัดขนอน เป็นผู้ทำการบูรณะวัดร่วมกับชาวบ้านได้พบใบเสมาหินเก่ามีจารึกเป็นตัวเลข &ldquo;๒๓๒๗&rdquo; จึงสันนิษฐานว่า วัดนี้คงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๗ สำหรับชื่อของวัดขนอนนั้นสืบเนื่องจากหลังจากที่มีการบูรณะวัดขึ้นใหม่แล้ว ชาวบ้านก็เลยพากันเรียกชื่อ วัดเสียใหม่ตามชื่อของด่านเก็บภาษีทางน้ำที่เรียกว่า &ldquo;ขนอน&rdquo; ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัด &nbsp;ส่วน &ldquo;หนังใหญ่วัดขนอน&rdquo; สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยหลวงปู่กล่อมท่านได้ชักชวนครูอั๋ง ช่างจาด ช่างจ๊ะ และช่างพ่วง มาร่วมกันสร้างตัวหนัง ชุดแรกที่สร้างคือชุด &nbsp; หนุมานถวายแหวน ต่อมาได้สร้างเพิ่มอีกรวม ๙ ชุด ปัจจุบันมีตัวหนังมากกว่า ๓๑๓ ตัว &nbsp;วัดขนอน &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มีชื่อเสียงในการจัดเทศกาลหนังใหญ่เป็นงานประจำปีที่นักท่องเที่ยวรอคอยชมศิลปะการแสดงหนังใหญ่ การแสดงโขน ตลอดจนการแสดงมหรสพ และการแสดงพื้นบ้านต่าง ๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในทุก ๆ ปี ภายในวัดมีตลาดด่านขนอน จำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน เพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนในช่วงวันเสาร์- วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ -๑๕.๐๐ น.</p>

<p><br />
๕.วัดคงคาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สันนิษฐานว่าสร้างวัดคงคารามในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงธนบุรี มีอายุมากกว่า 200 ปี สร้างขึ้นโดยพระยามอญ โดยชาวมอญรามัญที่ย้ายถิ่นอยู่อาศัยมาตามลำน้ำแม่กลองร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดคงคารามเดิมขึ้นเป็น &ldquo;วัดกลาง&rdquo; เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมสำหรับร่วมทำสังฆกรรมของสงฆ์แบบรามัญนิกาย โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษามอญว่า &ldquo;เภี้ยโต้&rdquo; ปรากฏภาพเขียนจิตรกรรมผาผนังที่งดงาม โดยเฉพาะ ภาพ พระแม่ธรณีบีบมวยผม และหมู่ภาพพุทธประวัติที่วิจิตรงดงาม &nbsp;ส่วนพิพิธภัณฑ์วัดคงคารามเป็นเรือนไม้ทรงไทยที่สร้างเชื่อมต่อกุฏิ &nbsp; 9 ห้อง จัดแสดงเครื่องลายคราม คัมภีร์ใบลาน เครื่องมือช่าง เครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย-อยุธยา และห้องจัดแสดงวัตถุโบราณเก่าแก่ ที่เกี่ยวกับท้องถิ่น ข้าวของโบราณที่ทางวัดเก็บไว้จำนวนมาก ซึ่งข้าวของส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวมอญ อาทิ โลงมอญอายุ 200 ปี คัมภีร์ใบลานจารึกภาษามอญ<br />
&nbsp;</p>

<p>๖.วัดเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม &nbsp;จังหวัดราชบุรี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่บริเวณชุมชนเก่าแก่ และที่มาของชื่อวัดอาจตั้งตามชื่อหมู่บ้านซึ่งมีอยู่มาแต่เดิมในสมุดราชบุรีปี ๒๔๖๘ ระบุว่า&ldquo;เจ็ดเสมียน&rdquo; เคยเป็นที่ตั้งของอำเภอมาก่อน &nbsp;โดยอำเภอโพธารามเดิมเรียกว่า อำเภอเจ็ดเสมียน ต่อมาในปี ๒๔๓๘ (ร.ศ.๑๑๔) &nbsp;จึงได้ย้ายขึ้นไปตั้งที่ตำบลโพธารามทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลอง ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้เสด็จพระราชดำเนินซ้อมรบเสือป่าที่จังหวัดราชบุรี &nbsp;และใช้พื้นที่เจ็ดเสมียนในการซ้อมรบด้วย &nbsp;ตลาดเจ็ดเสมียน 119 ปี &nbsp;เป็นตลาดเก่าแก่อายุร้อยกว่าปีที่ตั้งอยู่ภายในชุมชนเจ็ดเสมียน ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากอาคารไม้โบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้จนถึงในปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้จะเปิดในเย็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา ๑๕.๐๐ &ndash; ๒๐.๐๐ น.โดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมตลาดแห่งนี้ยังสามารถแวะเที่ยวชมสถานที่ สำคัญ อาทิ วัดเจ็ดเสมียน พิพิธภัณฑ์ชุมชมเจ็ดเสมียน ศาลเจ้าแม่ทับทิมและจุดชมวิวริมแม่น้ำแม่กลองที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก จึงเป็นสัญลักษณ์ของโพธารามเป็นอย่างยิ่ง มีนักท่องเที่ยวมาชิมช้อปกันอย่างหนาแน่น&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202509043a81448278bf5e91fb51c04260a19a1b162846.jpg' type='image/jpg' length='591183' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชวนเที่ยวคุกแอนด์คอฟ Cook&Coff คาเฟ่เรือนจำกลางราชบุรี]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/420970</link>
<guid isPermaLink="false">58ab8af1102a4d9f03983e4655ac2c35</guid>
<pubDate>Thu, 04 Sep 2025 16:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ชวนเที่ยวคุกแอนด์คอฟ Cook&amp;Coff คาเฟ่เรือนจำกลางราชบุรี คุกแอนด์คอฟเป็นคาเฟ่ที่เรือนจำกลางราชบุรีได้มีแนวคิด ท่องเที่ยวเกษตรวิถี...คืนคนดีสู่สังคม จุดเด่นคือร้านกาแฟ และมีอาหารหลายเมนู พร้อมทำสวนเกษตรปลอดสาร ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เป็นการฝึกทักษะอาชีพผู้ต้องขังเพื่อเตรียมความพร้อม คืนคนดีสู่สังคม</p>

<p>เรือนจำกลางราชบุรี ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี หากมองจากภายนอกจะเห็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กสูงพร้อมลวดหนามป้องกันเข้มงวด แต่มีมุมด้านข้างของกำแพงถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกอาชีพผู้ต้องขังให้มีวิชาติดตัวเมื่อพ้นโทษ นั้นคือคุกแอนด์คอฟ Cook &amp; Coff และการทำสวนเกษตรปลอดสาร โดยนายอาคม ภูศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางราชบุรี ได้เปิดเผยถึงนโยบายในการทำเรือนจำเพื่อการท่องเที่ยว &ldquo;ที่ผ่านมามีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม พร้อมทำร้านคาเฟ่ที่ชื่อว่าคุกแอนด์คอฟที่มีเมนูอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายราคาไม่แพง ซึ่งเป็นฝีมือฝีต้องขัง ที่สำคัญเรือนจำกลางราชบุรีมี โครงการโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง เป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้กับผู้ต้องขัง เป็นแนวทางประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวภายหลังพ้นโทษ&rdquo;</p>

<p>คุกแอนด์คอฟ Cook &amp; Coff เป็นร้านกาแฟ มีเครื่องดื่มหลายชนิดและยังมีอาหารจากฝีมือผู้ต้องขังที่ได้รับการฝึกมาจากเชฟมืออาชีพมาแล้ว เช่นเมนูเครื่องดื่มที่ชื่อว่า &ldquo;หอมจันทร์&rdquo; หนึ่งในซิกเนเจอร์เป็นเครื่องดื่มน้ำผึ้งมะนาวดอกอัญชันและโซดาดื่มแล้วสดชื่น เมนูกาแฟมีครบ ส่วนอาหารที่แนะนำมีปอเปี๊ยะทอด น้ำพริกปลาทู พิซซ่าฮาวายเอี้ยน เป็นต้น โดยคาเฟ่นี้เปิดขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานที่ฝึกงานสำหรับนักโทษชั้นดีและใกล้พ้นโทษ เพื่อฝึกการทำงานและหารายได้ เพื่อเป็นเงินทุนหลังพ้นโทษ อีกทั้งยังเป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขัง เป็นงานฝีมือต่างๆ ที่นำออกมาจากเรือนจำเพื่อจำหน่าย หายรายได้ให้กับผู้ต้องขัง เพื่อเป็นเงินทุนหลังพ้นโทษเช่นกัน</p>

<p>นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงกับร้านกาแฟยังมีการทำสวนเกษตรปลอดสาร ทั้งปลูกพืชผัก เช่นกล้าวยน้ำว้า กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว มะเขือ บวบ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจ และเลี้ยงสัตว์ เช่น เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมูหลุม และเมื่อได้ผลผลิต ก็นำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าและเก็บไปปรุงเป็นอาหารให้กับที่ร้านกาแฟ อีกทั้งยังมีการเลี้ยงสัตว์สวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหารอย่างใกล้ชิด เช่นนกยูง กระต่าย เต่า ทั้งนี้การให้บริการในร้าน และการทำสวนเกษตรเป็นผู้ต้องขังของเรือนกลางราชบุรีทั้งหมด ซึ่งเป็นการนำแนวคิดที่จะเปลี่ยนเรือนจำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากคุก และเป็นสถานที่ฝึกทักษะอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อม คืนคนดีสู่สังคม&nbsp;</p>

<p>คุกแอนด์คอฟ Cook&amp;Coff คาเฟ่เรือนจำกลางราชบุรีเปิดทุกวัน โดยเฉพาะวันหยุดยาววันแม่นี้ ท่องเที่ยวเกษตรวิถี. คืนคนดีสู่สังคม ที่จ.ราชบุรี รายละเอียดเพิ่มเติมโทรศัพท์ 064 949 3438 และตั้งค่า GPS &ldquo;Cook&amp;Coff เรือนจำกลางราชบุรี&rdquo; มาถึงแน่นอน<br />
//////////////////////////////////////////////////////////////////////<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20250904490bc2e1f478177d3960245d9341e131162107.jpg' type='image/jpg' length='1141347' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เขาแก่นจันทน์ ราชบุรี (พระพุทธรูปสี่มุมเมือง) ]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/247242</link>
<guid isPermaLink="false">cacb4f06c8ea0735faba06277412595c</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jan 2024 13:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><br />
พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เขาแก่นจันทน์&nbsp;ราชบุรี (พระพุทธรูปสี่มุมเมือง) สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปางสมาธิ ประทับขัดสมาธิราบ โลหะหล่อสำริดหน้าตักกว้าง49 นิ้ว พระพักตร์แจ่มใส พระเนตรเปิด พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย<br />
พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ เป็นจตุรพุทธปราการ หมายความถึง พระพุทธรูปปกบ้านคู่เมือง หรือพระอารามที่มีมหิทธานุภาพล้ำลึกปกป้องภยันตรายจากอริราชศัตรู ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอัปมงคล เสริมดวงชะตาเมือง ตลอดทั้งคุ้มครองอาณาประชาราษฎร์ให้อยู่ร่มเย็น ตามตำราพุทธไชยปราการที่สืบทอดมาแต่โบราณ</p>

<p>โดยเมื่อปี พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กรมการรักษาดินแดนจัดสร้าง รวม 4 องค์ เพื่อน้อมเกล้าฯถวายความจงรักภักดีและเพื่อเป็นการป้องกันและเสริมชะตาเมืองและให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญไปประดิษฐานเป็นหลักชัยไว้ ณ ทิศทั้งสี่ของประเทศไทย คือ ทิศเหนือ ประดิษฐานที่หน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง ทิศตะวันออก ประดิษฐานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสระบุรี ทิศตะวันตก ประดิษฐานที่เขาแก่นจันทน์ จังหวัดราชบุรี และทิศใต้ ประดิษฐานที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง</p>

<p>พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือ พระสี่มุมเมือง ที่ประดิษฐานที่บริเวณวิหารจัตุรมุขบนเขาแก่นจันทน์ อำเภอเมืองราชบุรี ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญของชาวจังหวัดราชบุรี&nbsp; เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะขอพรทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/2024010432662e65aec596084e6072a12d901c0e134345.jpg' type='image/jpg' length='131710' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เห็นสีขาวผ่อง มองเหมือนใหม่เช่นนี้ ความจริงแล้วพระปรางค์ประธานอันเด่นสง่าของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชบุรี มีความเป็นมาอันยาวนานกว่าพันปี]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/225760</link>
<guid isPermaLink="false">68e41abfbb41338f4c0e0f1e40cea69f</guid>
<pubDate>Fri, 20 Oct 2023 15:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เห็นสีขาวผ่อง มองเหมือนใหม่เช่นนี้ ความจริงแล้วพระปรางค์ประธานอันเด่นสง่าของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชบุรี มีความเป็นมาอันยาวนานกว่าพันปี<br />
&nbsp; .<br />
จากการขุดค้นทางโบราณคดี ปรากฏร่องรอยความเป็นศาสนสถานมาตั้งแต่สมัยทวารวดี ในราวพุทธศตวรรษที่ 13 ก่อนที่วัฒนธรรมขอมจากเมืองพระนครจะได้แผ่อิทธิพลเข้ามาในดินแดนแถบนี้ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (ครองราชย์อยู่ในช่วง พ.ศ. 1725-1760) ทำให้มีการดัดแปลงศาสนสถานเดิมกลางเมืองราชบุรีเป็นปราสาทแบบขอมในพุทธศาสนามหายาน พร้อมทั้งสร้างกำแพงศิลาแลงล้อมรอบตามคติความเชื่อเรื่องภูมิจักรวาล เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเมือง &ldquo;ชัยราชบุรี&rdquo; ที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในจารึก<br />
.<br />
โดยสมัยนี้ได้มีการประดิษฐานพระชัยพุทธมหานาค พระพุทธรูปนาคปรกหินทรายสีขาว ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสร้างขึ้นจำนวน 23 องค์ เพื่อให้ประดิษฐานตามปราสาทที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ ในเมืองสำคัญต่าง ๆ เอาไว้ด้วย<br />
.<br />
ต่อมาในราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 กรุงศรีอยุธยามีอิทธิพลในดินแดนแถบนี้สืบแทน จึงได้มีการก่อสร้างพระปรางค์แบบอยุธยาซ้อนทับลงบนปราสาทขอมแห่งนครชัยราชบุรี เพื่อใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอันเป็นศิริมงคลของเมือง โดยยังได้สร้างมุขยื่นมีบันไดทางขึ้นทางด้านตะวันออกขององค์ปรางค์ประธานสำหรับขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมกับสร้างพระปรางค์บริวารขึ้นสามองค์บนฐานเดียวกัน<br />
.<br />
สภาพที่ปรากฏในปัจจุบันคือพระปรางค์สูง 24 เมตร ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูนประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นศิลปกรรมแบบอยุธยาตอนต้นอย่างวิจิตรตระการตา ภายในคูหาองค์ปรางค์เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปอดีตพระพุทธเจ้า ภายในเป็นคูหาเชื่อมต่อกับพระปรางค์ ผนังภายในองค์พระปรางค์ทุกด้านมีภาพจิตรกรรม สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นตั้งแต่ครั้งสร้างองค์พระปรางค์ในสมัยอยุธยาตอนต้น<br />
&nbsp;.<br />
ด้านหน้าพระปรางค์ยังเป็นที่ตั้งของพระวิหารหลวง ปรากฏเป็นซากอาคารผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ฐานด้านล่างสุดก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้ามีมุขยื่น บนพระวิหารเคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์ขนาดเล็กแต่พังทลายหมดแล้ว &nbsp; ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นแกนหินทรายขนาดใหญ่ปางมารวิชัยศิลปะแบบอยุธยาตอนต้นสององค์ ประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน &nbsp;<br />
ด้านหน้าและด้านข้างทั้งสองของพระวิหาร มุมด้านตะวันออกเฉียงหนือและด้านตะวันออกเฉียงใต้ มีวิหารขนาดเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายสีแดงปางมารวิชัยประทับนั่งหันพระปฤษฎางค์ชนกัน เช่นเดียวกับพระพุทธรูปในพระวิหารหลวง ถือเป็นเรื่องแปลกที่น่าชม และเป็นปริศนาน่าสนใจ ที่นักโบราณคดีต้องค้นหาคำตอบกันต่อไปว่าเหตุใดจึงประดิษฐานพระในลักษณะนี้<br />
.<br />
📍 ที่ตั้ง<br />
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี<br />
.&nbsp;<br />
⏱ เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทุกวัน เวลา 07.00-17.00 นาฬิกา<br />
.&nbsp;<br />
📌 พิกัด &nbsp;https://maps.app.goo.gl/3mYGnGPNTLG3eRLz8<br />
__________________________<br />
ที่มา อ.ส.ท.&nbsp;</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/osotho/posts/pfbid02bQBQsgRhWJxYL8pUTTH76SJH5GFh3vBiRVpXHn1GA8PBEo9TXx1ioHx1rUT2taJWl">
<div style="max-width: 640px;">
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 150.0375%;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/bVor9vE?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202310205c025366b38fa8009c152d9a3b2f452e155221.jpg' type='image/jpg' length='60809' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันเดียว เที่ยวราชบุรี]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/213214</link>
<guid isPermaLink="false">4b20c38cac3cb991b41b86b3353d8465</guid>
<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 14:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot; วันเดียว เที่ยวราชบุรี ‼‼ &nbsp;&quot;<br />
🚕 เคลียร์งานแล้วหาวันว่างสักวัน ออกไปชาร์ทแบทให้กับตัวเอง เที่ยวแบบชิลล์ๆ กันที่ &ldquo;เมืองโอ่งมังกรราชบุรี&rdquo; &nbsp;ที่อยากให้คุณได้มาสัมผัสศิลปวัฒนธรรม และความสวยงามของธรรมชาติ<br />
🚕 อยากจะบอกว่ามาราชบุรี แค่วันเดียวก็เที่ยวได้ &nbsp;วางเที่ยวไว้ให้เพื่อน ๆ ทุกคนแล้วครับ ทริปนี้จะชวนทุกคนไปนั่งดูหนังฟรีที่ไม่ได้เข้าฉายในโรงหนังชื่อดัง ถ่ายรูปกับดอกไม้ยักษ์และไปดูความเหมือนมีชีวิตของหุ่นขี้ผึ้ง &nbsp;แล้วไปลงมือปั้นโอ่งใบน้อยเอาไปใส่น้ำที่บ้าน และค้นหามุมลับแบบ Unseen จุดเช็คอินยอดฮิตที่ใครๆ ก็ชอบมาถ่ายรูปกัน.....<br />
ปะ เริ่มออกเดินทางกันเลย &nbsp;💯<br />
🟨 1. วัดขนอนหนังใหญ่ (อ.โพธาราม )<br />
https://goo.gl/maps/vUQMgRmScB1TQE2R7<br />
🟨 2 &nbsp;ณ สัทธา อุทยานไทย &nbsp;(อ.บางแพ)<br />
https://goo.gl/maps/m1vbX9ASvdDoCiN26<br />
🟨 3. &nbsp;ก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม (อ.เมือง)<br />
https://goo.gl/maps/buJ2o63UbrVvPafJ8<br />
🟨 4. เรื่องของโอ่ง Pottery Legend (อ.เมือง)<br />
https://goo.gl/maps/VhMhkBr73QSb8whJ7<br />
🟨 5. กาแฟคนรักษ์สวน ราชบุรี (อ.เมือง)<br />
https://goo.gl/maps/VdHdgAmQZn5YBVnz6<br />
🟨 6.มุมลับที่ภูผาแรด &nbsp;อุทยานหินเขางู<br />
https://goo.gl/maps/FE6QZSqAqhku886L9<br />
🟨 7. อุทยานหินเขางู<br />
https://goo.gl/maps/rm2knT9R89pM1CaXA<br />
#tatcontentcreator2<br />
#amazingthailand<br />
#เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง<br />
#ราชบุรี</p>

<p>ขอบคุณข้อมูล&nbsp;ททท.สำนักงานราชบุรี : TAT Ratchaburi Office</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20230908141d5000c27834e5acbe1f9fd5096891140713.jpg' type='image/jpg' length='3656504' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดหุบกระทิง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/213199</link>
<guid isPermaLink="false">8763b04593e11195459c699216df255d</guid>
<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 13:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดหุบกระทิง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี<br />
ภายในมีศูนย์การเรียนรู้เกษตรวิถีพุทธ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือในการพัฒนาระหว่างวัดกับชุมชน เปลี่ยนพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตร และร้านกาแฟท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนเชิงเกษตรให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและความสำเร็จของการนำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้จนเกิดผลเป็นรูปธรรม<br />
แผนที่ https://maps.app.goo.gl/eF9tJFF17sCMSz237</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/2023090860873b38458aa724c340417f875d480c135335.PNG' type='image/png' length='447159' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปูนปั้นภาพนักดนตรีสตรีทั้งห้า คูบัว ราชบุรี หลักฐานสำคัญดุริยศิลป์ยุคทวารวดี]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/208487</link>
<guid isPermaLink="false">645b090380590a6e2de49806211b885b</guid>
<pubDate>Thu, 24 Aug 2023 09:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ปูนปั้นภาพนักดนตรีสตรีทั้งห้า คูบัว ราชบุรี<br />
หลักฐานสำคัญดุริยศิลป์ยุคทวารวดี<br />
...หนึ่งในโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมหรือชิ้นเอกในสมัยทวารวดีก็คือ ปูนปั้นหรือประติมากรรมนูนต่ำภาพสตรีทั้งห้าที่บรรเลงดุริยางคศิลป์ สตรีจำนวนห้าคนกําลังนั่งตีกรับ ดีดพิณ เป่าขลุ่ย ตีฉิ่ง และขับร้องเพลง ค้นพบที่โบราณสถานหมายเลข ๑๐ เมืองโบราณคูบัว ตำบลคูบัว อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ<br />
.<br />
..พื้นที่เมืองโบราณคูบัวของจังหวัดราชบุรี ผลจากการศึกษาพบว่า เมืองโบราณคูบัวเคยเป็นเมืองเก่าในสมัยอารยธรรมทวารวดี อีกทั้งเมืองโบราณคูบัวยังปรากฏร่องรอยโบราณสถานเป็นจํานวนมากที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖&nbsp;<br />
.<br />
ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์เมืองโบราณคูบัวเป็นพื้นที่ราบลุ่มของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนล่าง จึงทําให้เมืองโบราณแห่งนี้กลายเป็นเมืองท่าสําคัญในสมัยทวารวดี โดยเฉพาะการเป็นชุมทางการค้าซึ่งพบร่องรอยโบราณสถานเป็นจํานวนมาก อีกทั้งโบราณสถานเหล่านี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางพุทธศาสนาซึ่งยืนยันได้จากการก่อสร้างโบราณสถานหลายแห่งในเมืองโบราณคูบัว<br />
.<br />
เมืองโบราณคูบัวมีโบราณสถานในพื้นที่ให้ศึกษาอยู่เป็นจํานวนมาก จึงนับว่าเป็นเมืองโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี และถือเป็นชุมชนที่มีความสําคัญแห่งหนึ่งมาตั้งแต่ในสมัยอารยธรรมทวารวดีที่ อยู่ทางใต้สุดของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;<br />
.<br />
ปัจจุบันเมืองโบราณคูบัวมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างประมาณ 800 เมตร ยาวประมาณ 2,000 เมตร มีความคล้ายคลึงกับเมืองโบราณอีกหลายแห่งในลุ่มแม่น้ำตอนล่างทั้งเมืองโบราณอู่ทอง และเมืองโบราณนครชัยศรี ทั้งนี้ขนาดของพื้นที่และการวางผังเมืองนั้น ยังปรากฏร่องรอยของเศษเปลือกหอยแครงปะปนอยู่กับหอยทะเลชนิดอื่นๆ ในชั้นดิน ทำให้นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีน้ำทะเลท่วมถึงอยู่หลายแห่ง<br />
.<br />
..หนังสือ &lsquo;โบราณคดีเมืองคูบัว&rsquo; โดย สมศักดิ์ รัตนกุล ให้ข้อมูลเมืองโบราณคูบัว เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ แผนผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน วางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีลำห้วยธรรมชาติไหลผ่านหลายสาย ลำห้วยเหล่านี้เป็นลำห้วยสาขาของลำน้ำสายใหญ่ ซึ่งได้แก่ แม่น้ำอ้อม (แม่น้ำแม่กลองสายเดิม) และแม่น้ำแม่กลอง<br />
.<br />
การสำรวจเมืองโบราณคูบัวตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๔ จนถึงปัจจุบัน พบโบราณสถานที่ตั้งอยู่ภายในและภายนอกคูเมืองจำนวน ๖๗ แห่ง กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งแล้วจำนวน ๒๓ แห่ง ส่วนใหญ่เป็นซากฐานสถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้นสืบเนื่องกับพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน<br />
.<br />
&nbsp;วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๔ ท่านเจ้าคุณพุทธวิริยากร วัดสัตนารถประวัติ ร่วมกับท่านเจ้าคุณจินดากรมุนี วัดราชบพิธ พระภิกษุสะอาด วัดลาดเมธัง และสามเณรไสว วัดศรีสุริยวงศ์ สำรวจซากโบราณสถานภายในคูบัว และได้จดลงบันทึก&nbsp;<br />
.<br />
เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๐ พระภิกษุลมุล คุณาภิรโต แห่งวัดสัตตนาตปริวัตร จังหวัดราชบุรี ทำหนังสือแจ้งกรมศิลปากรว่า มีวัดร้างเป็นเนินดินขนาดใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดราชบุรี และมีชาวบ้านได้ลักลอบขุดค้นได้พระพุทธรูปและเทวรูปจำนวนมาก&nbsp;<br />
.<br />
ทางกรมศิลปากรจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจอย่างคร่าวๆ พบเนินดินขนาดใหญ่หลายแห่ง มีก้อนอิฐกระจัดกระจายอยู่ตามเนินดิน ผู้สำรวจสันนิษฐานว่าเนินดินเหล่านั้นน่าจะเป็นโบราณสถาน และพบเศียรพระพุทธรูปที่ชาวบ้านพบในบริเวณนั้น มีลักษณะทางศิลปะเช่นเดียวกับพระพุทธรูปสมัยทวารวดี<br />
.&nbsp;<br />
เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๐๓ กรมศิลปากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจอีกครั้งหนึ่ง พบเนินดินอีกหลายแห่ง แต่อยู่ในที่ดินของเอกชน จึงจำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของที่ดินก่อน ทำให้ยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจหรือขุดค้นได้อย่างจริงจัง&nbsp;<br />
.<br />
เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๔ ถึง พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๖ นายสมศักดิ์ รัตนกุล สำรวจพื้นที่และขุดค้นเนินดินหลายแห่งทั้งพื้นที่ภายในและภายนอกคูเมืองของเมืองโบราณคูบัว พบเนินดินซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นโบราณสถานมากกว่า ๔๔ แห่ง แต่คณะทำงานได้กำหนดหมายเลขโบราณสถานไว้เพียง 44 แห่ง และได้ขุดแต่งโบราณสถานเหล่านั้นจำนวน ๒๓ แห่ง&nbsp;<br />
.<br />
..โบราณสถานหมายเลข ๑๐ ซึ่งค้นพบปูนปั้นหรือประติมากรรมนูนต่ำภาพสตรีห้าคนกำลังเล่นดนตรี ตั้งอยู่นอกคูเมืองของเมืองโบราณคูบัวด้านทิศตะวันตก สมศักดิ์ รัตนกุล ได้ให้รายละเอียดว่ามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวด้านละ ๑๐.๒๕ เมตร สูง ๑.๒๐ เมตร ฐานก่ออิฐเป็นบัวเตี้ยเหนือบัวขึ้นไปมีซุ้มด้านละ ๑๒ ซุ้ม ฐานทางด้านตะวันออกและตะวันตกมีบันไดขึ้นไปสู่องค์เจดีย์ทั้งสองด้าน ยื่นออกมาจากฐานประมาณ ๒.๕ เมตร กว้าง ๑.๕ เมตร ส่วนทางด้านเหนือและใต้ก่ออิฐเป็นมุขยื่นออกมาจากกึ่งกลางของฐานเท่านั้น<br />
.<br />
ซุ้มที่ทำเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนฐานด้านละ ๑๒ ช่องนั้น สันนิษฐานว่าน่าจะมีรูปคนแคระและประติมากรรมอื่นๆติดประดับอยู่ภายใน เพราะขุดค้นพบประติมากรรมปูนปั้นในบริเวณเนินโบราณสถานค่อนข้างมาก ที่สำคัญ อาทิ ภาพบุคคลถูกมัดมือติดกันหรือภาพนักโทษ อาจเป็นภาพประกอบชาดกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเป็นภาพเล่าเรื่องสังคมในสมัยนั้น สะท้อนให้เห็นถึงว่าในสมัยนั้นมีการจับนักโทษและการลงโทษกันแล้ว&nbsp;<br />
.<br />
นอกจากนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่า นักโทษไว้ผมยาวและเกล้าเป็นมวยแบบสตรี ภาพกลุ่มสตรีห้าคนกำลังเล่นดนตรี สมัยโบราณของไทยเรียกว่า วงขับไม้บรรเลงพิณ คนขวาสุดของภาพไม่ปรากฏเครื่องดนตรีชัดเจน เนื่องจากชำรุดเสียหาย แต่เมื่อพิจารณาจากท่าทาง สันนิษฐานว่าอาจกำลังเล่นกรับชนิดหนึ่ง คนถัดมาอยู่ในท่าเท้าแขน น่าจะเป็นผู้ขับร้อง คนกลางดีดเครื่องสายประเภทหนึ่งตระกูลพิณ ตรงกับพิณของอินเดีย &lsquo;กัจฉะปิ&rsquo; คนที่ 2 จากซ้ายมือถือเครื่องตี น่าจะเป็นฉิ่ง และคนซ้ายสุดดีดเครื่องสายประเภทพิณน้ำเต้าประเภทหนึ่ง อาจชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับจีน<br />
.<br />
ภาพกลุ่มนักดนตรี ยังทำให้ทราบถึงการแต่งกายของสตรีในสมัยนั้น กล่าวคือ สตรีจะนุ่งห่มผ้ายาวเกือบถึงส้น ทบชายผ้าไว้ด้านหน้า มีเข็มขัดเชือกหรือผ้าคาดที่เอว อาจเป็นเข็มขัดที่มีลวดลายหรือการพันผ้าที่เล่นลวดลาย มีชายผ้าหรือชายเข็มขัดห้อยลงมาข้างใดข้างหนึ่ง เท่าที่พบหลักฐานสตรีไม่สวมเสื้อ แต่มีผ้าผืนเล็กๆคาดหรือคล้องอยู่คล้ายกับสไบ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มคนในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาช้านาน<br />
.<br />
..<br />
วิทยานิพนธ์ &#39;การศึกษาเครื่องดนตรีจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบในประเทศไทย ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๖&#39; โดย สิริรัตน์ ประพัฒน์ทอง หลักศูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ ภาควิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี ๒๕๓๕<br />
เครื่องดนตรีที่พบในประเทศไทย ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๖ จากหลักฐานทางด้านจารึกและโบราณคดี พบว่าร่องรอยหลักฐานทางโบรารคดีที่เกี่ยวกับเครื่องดนตรีมีจำนวนไม่มากนัก โดยพบตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นต้นมา<br />
.<br />
รูปแบบของเครื่องดนตรีชิ้นสำคัญที่พบว่า ใช้สืบเนื่องต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์คือ สังข์ บัณเฑาะว์ กลองมโหระทึก พิณ และฉิ่งนั้น ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือพม่า อินโดนีเซีย เขมร และจัมปา พบหลักฐานทางโบราณคดที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดนตรีประเภทเดียวกัน และมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกันทั้งสิ้น<br />
.<br />
รูปลักษณ์ของเครื่องดนตรีดังกล่าวมีลักษณะศิลปกรรมแบบอินเดีย เครื่องดนตรีที่ปรากฏในอดีตยังคงมีลักษณะเดิม และหน้าที่ในการบรรเลงก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกับในอดีต เห็นได้ชัดว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นน้อยมาก จนอาจกล่าวได้ว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงเลย<br />
.<br />
ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับวิชาการดนตรีนั้น พบว่าในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖ มีความเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู ซึ่งหลักปฏิบัติขอดนตรีใน ๒ ศาสนาจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง<br />
.<br />
พุทธศาสนิกชนจัดดนตรีเพื่อการเฉลิมฉลองรื่นเริงเป็นสำคัญ ขณะที่ศาสนาฮินดูนั้น จัดดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในการดำเนินพิธีกรรม<br />
.<br />
..ในประเทศไทย หลักฐานทางโบราณคดีส่วนที่เกี่ยวข้องกับดนตรีพบเก่าที่สุด ปรากฏในศิลปะสมัยทวารวดี&nbsp;<br />
.<br />
จากการขุดแต่งโบราณวัตถุสถาน พบภาพปูนปั้นประดิษฐานพระเจดีย์ที่บ้านโขลง เมืองโบราณบ้านคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี อายุสมัยประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เป็นรูปนักดนตรีและนักร้อง ประกอบด้วยภาพผู้หญิงเกล้ามวยผม ผมทรงสูง พาดสไบ ไม่ใส่เสื้อ ใส่ต่างหู กำลังนั่งเล่นดนตรีอยู่จำนวน ๕ คน เรียงจากซ้ายไปขวา ดังนี้<br />
.<br />
คนที่ ๑ อยู่ในท่านั่งพับเพียบเข่าชิดกัน เกล้าผมสูง มีผ้าพาดห้อยลงมาด้านหน้า นุ่งผ้าต่ำ ในมือถือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งวึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับพืณน้ำเต้ากำลังทำท่าบรรเลง<br />
.<br />
คนที่ ๒ อยู่ในท่านั่งพับเพียบเข่าชิดกัน เกล้าผมสูง มีท่อนสไบพาดคล้องบ่าไว้เป็นวงโค้ง นุ่งผ้าต่ำ มือแยกกันอยู่ระหว่างทรวงอก ในมือถือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นฉิ่ง เนื่องจากมีลักษณะกลมป้อมเป็นฝา 2 ฝา แสดงท่ากำลังตี<br />
.<br />
คนที่ ๓ อยู่ในท่านั่งพับเพียบเข้าชิดกัน เกล้าผมสูง มีสไบพาดคล้องบ่าเป็นวงโค้ง นุ่งผ้าต่ำ มีเครื่องดนตรีซึ่งเป็นพิณอีกชนิดหนึ่งวางพาดอยู่บนตัก แสดงอาการบรรเลงโดยการดีด กล่าวคือ มือขวาพาดอยู่บนสายพิณ มือซ้ายจับอยู่บริเวณคอ พิณนี้มี ๕ สาย<br />
.<br />
คนที่ ๔ อยู่ในท่านั่งพับเพียบเข่าชิดกัน เกล้าผมสูง มีผ้าพาดห้อยลงมาด้านหน้า นุ่งผ้าต่ำ สวมตุ้มหูห้อยยาวแบบมีห่วง นั่งเท้าแขนขวา ใช้แขนซ้ายจับบริเวณข้อสอกขวา ไม่ปรากฏเครื่องดนตรี สันนิษฐานว่าเป็นนักร้อง<br />
.<br />
คนที่ ๕ อยู่ในท่านั่งพับเพียบเข่าชิดกัน เกล้าผมสูง มีผ้าพาดห้อยลงมาด้านหน้า นุ่งผ้าต่ำ สวมตุ้มหูห้อยยาวแบบมีห่วง มือซ้ายวางพาดหงายอยู่บนเข่าซ้าย มือขวายกขึ้นเสมอทรวงอก ถือเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง สันนิษฐานว่าเป็นกรับ เนื่องจากการบรรเลงเครื่องดนตรีชิ้นนี้ คือการตีลงไปบนมืออีกข้างให้เกิดเสียง<br />
.<br />
..สำหรับภาพปูนปั้นรูปนักดนตรีหญิงทั้ง ๕คน ที่ปรากฏอยู่บนภาพปูนปั้นหรือประติมากรรมนูนต่ำ สันนิษฐานว่าอยู่ในสังคมชั้นสูงของทวารวดี และอาจมีมหรสพดนตรีบรรเลงขับกล่อมในพิธีรื่นเริง เนื่องจากพบหลักฐานเครื่องดนตรีปรากฏอยู่ด้วย<br />
.<br />
ภาพปูนปั้นชิ้นนี้ นับเป็นภาพที่สมบูรณ์สวยงามที่สุดภาพหนึ่ง นอกจากจะแสดงเรื่องเครื่องแต่งกายของชาวทวารสดีและเครื่องดนตรีแล้ว ยังแสดงให้เห็นภาพของวงดนตรีที่เรียกในสมัยโบราณของไทยว่า &#39;วงขับไม้บรรเลงพิณ&#39; ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และถือเป็นความสมบูรณ์ของการค้นพบประติมากรรมชิ้นนี้<br />
.<br />
ประเพณีขับไม้บรรเลงพิณนั้น อรรถาธิบายถึงภาพปูนปั้นนักดนตรีหญิงทั้ง 5 คน ในการประสมวงเล่นดนตรีได้คือ &#39;ขับไม้&#39; เป็นแบบแผนดั้งเดิมของการเล่นดนตรีประกอบจังหวะรื่นเริงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาวสยามในตระกูลไทย-ลาว<br />
.<br />
ส่วน &#39;บรรเลงพิณ&#39; เป็นแบบแผนของศิลปะอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักและแพร่หลายทั่วไป ดังปรากฏในภาพจำหลักหินของศิลปะอินเดียสมัยแรกๆ เป็นรูปผู้ชายและผู้หญิงสองคู่ กำลังบรรเลงพิณ โดยคู่แรกผู้ชายดีดพิณน้ำเต้า ผู้หญิงตีฉิ่ง อีกคู่ผู้ชายบรรเลงพิณห้าสาย ผู้หญิงตีฉิ่ง&nbsp;<br />
.<br />
เพราะฉะนั้น &#39;ขับไม้บรรเลงพิณ&#39; จึงเป็นประเพณีบรรเลงดุริยดนตรีขับลำบำเรอถวายในพิธีกรรมของราชสำนักบ้านเมืองและแว่นแคว้นบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔<br />
ประเพณีให้ผู้หญิงบรรเลงเครื่องมือบันลือเพลงนั้น เชื่อว่าหน้าที่บรรเลงบันลือดนตรีเป็นของผู้หญิงเท่านั้น ห้ามผู้ชายเป็นนักดนตรีซึ่งสอดคล้องกับภาพปูนปั้นนักดนตรีหญิง ๕ คน ที่มีนักดนตรีขับไม้บรรเลงพิณเป็นผู้หญิงล้วน<br />
.<br />
.................................<br />
ที่มาภาพ : finearts.go.th<br />
.<br />
ที่มา เพจสยามเทศะโดยมูลนิธิเล็กประไพวิริยะพันธุ์&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202308248535b49324e1152ce2d88f6ebbf238f1091131.jpg' type='image/jpg' length='119146' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อันซีนภูผาแรด…มุมลับสุดอาร์ตแห่งราชบุรี อ.เมืองราชบุรี ]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/196930</link>
<guid isPermaLink="false">e889bfc7a3156c03b03d6deb6cff15bf</guid>
<pubDate>Tue, 11 Jul 2023 15:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>#ภูผาแรด มุมลับเขางู จ.ราชบุรี 1 ใน 25 Unseen New Chapters ปี 2566<br />
มุมมองใหม่ที่ชวนคุณออกไปค้นหา ราชบุรีบ้านเรา<br />
ต้องห้ามพลาด ครับ แลนด์มาร์คใหม่ราชบุรี<br />
อันซีนภูผาแรด&hellip;มุมลับสุดอาร์ตแห่งราชบุรี อ.เมืองราชบุรี&nbsp;</p>

<p>บริเวณที่เคยเป็นแหล่งสัมปทานระเบิดหินภายในอุทยานหินเขางู ถูกซ่อนไว้กลางหุบเขามานานหลายปี ลักษณะเป็นผาสูงชันที่มีร่องรอยเว้าแหว่งของหินจากแรงระเบิด เผยให้เห็นความสวยงามของลวดลายและสีสันของหน้าผาหินแกรนิต ซึ่งเป็นหินที่ถูกเปรียบเปรยว่า แข็งแกร่งดั่ง &ldquo;แรด&rdquo; จึงเป็นที่มาของชื่อ &ldquo;ภูผาแรด&rdquo; เสน่ห์ของมุมลับแห่งนี้ อยู่ที่ความสวยงามในแต่ละช่วงเวลาของวัน ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางของแสงแดดที่ส่องลงบริเวณหน้าผาแต่ละฝั่ง และให้จับตาวินาทีที่น้ำนิ่งจนเกิดภาพเงาสะท้อนคล้ายภาพ Abstract บนผิวน้ำ ถือเป็นงานอาร์ตที่ธรรมชาติรังสรรค์ เป็นความมหัศจรรย์บทใหม่ของเมืองราชบุรี สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น.</p>

<p>พิกัด มุมลับเขางู ราชบุรี <a href="https://maps.app.goo.gl/eHrx8cbZe47eLMcr6">https://maps.app.goo.gl/eHrx8cbZe47eLMcr6</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20230711e37d063ff6c50b65ead87b31e13e35a5154405.jpg' type='image/jpg' length='3107485' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาด“โอ๊ะป่อย” แหล่งเช็คอินที่สวนผึ้งจังหวัดราชบุรี]]></title>
<link>https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/373/iid/125281</link>
<guid isPermaLink="false">5156b7d343e7b2f3abbbccf902b98985</guid>
<pubDate>Wed, 05 Oct 2022 15:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ตลาด&ldquo;โอ๊ะป่อย&rdquo; เป็นภาษากะเหรี่ยงมีความหมายว่าพักผ่อน โดยตลาดแห่งนี้ลักษณะพื้นที่ติดลำธารมีน้ำตลอดปี อีกทั้งมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมร่มเย็นตลอดทั้งวัน และอยู่ใกล้วัดป่าท่ามะขาม ซึ่งกิจกรรมที่สำคัญช่วงเช้าจะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ใส่บาตรพระสงฆ์ที่ล่องแพไม่ไผ่มาตามลำน้ำภาชีสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างดี&nbsp;<br />
สำหรับตลาด &ldquo;โอ๊ะป่อย&rdquo; กำหนดเปิดทุกเช้า วันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 07.00-14.00 น. กิจกรรมในตลาดนักท่องเที่ยวสามารถเช่าชุดพื้นบ้าน (กะเหรี่ยง) ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก รดน้ำต้นผึ้ง มั่งมี ศรีสุข นั่งชิล/เล่นน้ำริมลำธารและเช่าจักรยาน ไกด์ชุมชนอาสา ปั่นชมชุมชนท่องเที่ยว พร้อมกันนี้มีเมนูอาหารท้องถิ่นหลากหลายเมนู เช่นเมี่ยงถั่วดาวอินคา ข้าวยำสมุนไพร ข้าวแดกงา ข้าวห่อ และสินค้า OTOP ให้ชิมและเลือกซื้อ &nbsp;ทั้งนี้การเดินมายังตลาด ที่ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสวนผึ้ง ประมาณ 4 กม. อยู่ตรงข้ามกับวัดป่าท่ามะขาม รายละเอียดสอบถามเพิ่มเติมโทรสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง 092-371-7799</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/20221005ed826645778610b1cb5edb590213a872150703.jpg' type='image/jpg' length='603699' />
</item>
</channel>
</rss>
